ซานตาคลอสเขาเป็นใครกันแน่

ซานตาคลอส หรืออีกชื่อ Saint Nick (ชื่อเล่น) ซึ่งผอม สูง และใส่เสื้อยาวๆ สีน้ําตาลแบบ พระปร่งสมัยโบราณ โดนชาวอเมริกันซึ่งรับความเชื่อเรื่องซานตาคลอสไป จากพวกผักช้เมื่อเกือบ ๒) 20 ปีที่แล้ว นําไปค่อยๆ เปลี่ยนท่านให้เป็น คุกสตาแก้มแด 1 อ้วนกลม อารมณ์ดีขนาดหัวร่อ โฮ-โฮ-โฮ ได้ยินกันทั่วใน ตรุษคริสเต็มาช

คนอเมริกันเปลี่ยนเสื้อ ซานตาคลอส จากสีน้ําตาลเป็นสีแดงด้วย เหมือน กับในโมษณาน้ําอัดลมยี่ห้อโคคา-โคลา (สมัยนี้คือ Coke) เพราะสีแดง คือสีของโคล่า (คนรุ่นเก่าเรียกอย่างนั้น) ซานต้าจึงกลายเป็นคนเสื้อแดง ไปโดยไม่ได้ตั้งใจ

เด็กๆ เมริกันรุ่นเน้นเชื่อด้วยว่า ซานต้าตัวอ้วนนี้หอบถุงของขวัญ ลงมาทางปล่องไฟ งมีธรรมเนียมแขวนถุงเท้าไว้คอยให้ซานต้าใส่ของ ขวัญ) คนไหนเป็นเด็กที่ทั้งปีก็ได้ของขวัญ ส่วนที่เป็นเด็กไม่ดีจะได้แค่ถ่าน ก้อนเดียว

ความเชื่อนี้ใกล้ความจริงขึ้นมานิดหนึ่ง เพราะนักบุญนิโคลัสตัวจริง ซึ่งมีชีวิตอยู่ในศตวรรษที่ ๔ ได้ชื่อว่าเป็นผู้ที่มีความกรุณาเมตตาอย่างยิ่ง “ขอบ”วยเหลือคนตกยากและเด็กๆ

เพราะอย่างนี้เขาจึงถือกันว่าซานต้าหรือท่านนิโคลัสเป็นนักบุญ ประจําตัวเด็กๆ นอกจากนี้ยังคุ้มครองนักเดินทาง พ่อค้า เจ้าสาว และ โรงจํานําด้วย ประการหลังนี่เหมาเอาว่าเป็นส่วนหนึ่งของการช่วยเหลือ คนตกยาก นี่ยังไม่นับที่ท่านเป็นนักบุญประจําชาติของรัสเซียและกรีก อีกต่างหากท่าทางงานแยะจัง

เขาว่าพวกสแกนดิเนเวียนรวมนักบุญนิโคลัสเข้ากับความเชื่อเรื่อง 1VIull ดิน ทําให้เกิดความเชื่อแบบทอินวันว่า นักบุญผู้นี้เหาะเหินได้ พร้อม กันก็น่ารางวัลมาให้คนดี และทําโทษคนไม่ดี

คอ..อย่างนี้เองเพลงเขาถึงขู่เอาไว้ พวกเราไม่ว่าเด็กผู้ใหญ่จึงต้อง

ซานตาคลอส

Saint Nick (nickname), who is tall and thin, wearing a long brown coat, like the ancient royal style. Hit by an American who believed in Santa Claus From the vegetables when almost 2) 20 years ago, gradually brought you into a prison. Cheek Dae 1 fat, round, good-tempered, ho-ho-ho heard each other in New Year’s Eve


Americans changed the Santa’s coat from brown to red too, just like in the Coca-Cola brand carbonated drink (now Coke), because red is the color of cola. (Older people call that) Santa became a red shirt. Inadvertently


Children in the American version believe that This fat Santa is carrying a gift bag. Come down through the chimney (There is a tradition of hanging socks for Santa to wear gifts) Anyone who is a kid all year receives presents. Poor children will only get one charcoal.


This belief is a little closer to the truth. Because the real Saint Nicholas Who lived in the 4th century was known as a person of great compassion “Edge” with the poor and children

ขอบคุณรูปภาพจาก Google

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ ที่นี่

ดาวตลกแห่งฮอลลีวูด

ดาวตลกแห่งฮอลลีวูด คุณทวดจิมมีเล่าว่า เด็กๆ ไปงานคริสต์มาสที่โรงเรียน ครูจัดให้ นักมายากลมาเล่นให้ดู แต่แกเล่นไม่ได้เรื่อง ไม่ถูกใจเด็กๆ เอาเสียเลย

ตอนหนึ่งนักมายากลพยายามเอากระต่ายออกมาจากหมวกก็ไม่มี กระต่าย แกเลยโยนหมวกที่งด้วยความโมโห หมวกไปตกบนหัวเจ้า ฟรอยดยในว์แมนที่เด็กๆ ช่วยกันปั้นไว้ เจ้าฟรอสตี้เลยมีชีวิตขึ้นมา กลาย เป็นขวัญใจเด็กๆ นักมายากลจะเอาหมวกคืน แต่เด็กๆ ไม่ยอม กลัวว่า ฟรอนจะตาย เลยหาทางจะพาฟรขที่ไปขั้วโลกเหนือ ขึ้นรถไฟกันไป อย่างทุลักทุเล แต่ในที่สุดซานตาคลอส ก็เป็นพระเอกพาเจ้าสโนว์แมนไป นอร์ทโพลเพื่อจะได้ไม่ต้องละลาย แถมซานต้ายังบอกเด็กๆ ว่าจะพา ฟรอนเที่มาเยี่ยมทุกปี

เรียกว่าจบได้ถูกใจแฟในตัวน้อยๆ ของฟรอสที่

หนังเรื่องนี้เลยกลายเป็นภาพยนตร์ประจําเทศกาลคริสต์มาสไปอีก เรื่องหนึ่ง เจ้าฟรอกที่จึงกลายเป็นสโนว์แมนคนดัง ปรากฏกายตามการ์ด คริสต์มาสและในค้าต่างๆ ช่วยให้ทุกคนที่เกี่ยวข้องในการสร้างมันขึ้นมา มีโอกาศรารวบขึ้นทุกครเต็มาย

เป็นมาอย่างนี้กว่าครึ่งศตวรรษแล้ว

คริสต์มาสและปีใหม่กลายเป็นเครื่องมือหาเงินของคนสมองใส และกลายเป็นเครื่องดูดเงินไปจากคนอีกจํานวนมากที่เต็มใจให้หลอก

ความจริงเชีวิตเราๆ ก็เหมือนกับเจ้ายในว์แมนที่ไม่ได้ไปขั้วโลกเหนือ คอยละลายลงไปทุกวันอยู่แล้วเวลาไม่คอยฟังเพลง

ไม่น่าที่จะต้องรอถึงปีหน้าฟ้าใหม่เพื่อหาความสุขจากสิ่งของที่ต้อง ใช้เงินซื้อ เก็บเกี่ยวและแจกจ่ายความสุขง่ายๆ ที่หาได้รอบๆ ตัวไปวัน จะนิดละหน่อย

เท่านี้ในปีหนึ่ง คุณก็อาจมีความ4ปได้ถึง ๓๖ 6 วัน “ขอให้เป็นอย่างนั้นนะคะ ดาวตลกแห่งฮอลลีวูด

ดาวตลกแห่งฮอลลีวูด

The comedian of Hollywood Khun Tuad, Jimmy, said that the children went to a Christmas party at the school. The teacher arranged for the magicians to play. But you can’t play I don’t like children.

At one point, the magician tried to get the rabbit out of the hat without a rabbit, so he threw the hat in anger. The hat falls on your head. Freud in the man who the children Help mold Frosty came to life, becoming a beloved child. The magician will take the hat back, but the children refuse to fear that Fronton will die. Take the train Pathways But in the end, Santa Claus Is a leading man taking Snowman Northpole so it doesn’t have to melt. And Santa also tells the children that they will bring the people to visit every year

ขอบคุณรูปภาพจาก Google

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ ที่นี่

เทศกาลคริสต์มาสในทุกๆปี

ดูเหมือนเทศกาลคริสต์มาสจะมาเร็วขึ้นทุกวัน

แค่ประมาณต้นๆ เดือนพฤศจิกายน กลิ่นอายคริสต์มาส ก็เริ่มโชย แล้ว สินค้าที่เหมาะจะเป็นของขวัญเริ่มมีวางล่อตาคนซื้อ

ผู้ขายสินค้ายืดเวลาของเทศกาลให้ยาวขึ้น เพื่อให้ผู้ซื้อมีเวลาจับจ่าย ได้มากขึ้น

กว่าจะเก็บสินค้าและเครื่องประดับสําหรับเทศกาลนี้ ก็ผ่านปีใหม่ ไปเป็นเดือน ต่างจากฝรั่งในสมัยโบราณซึ่งถือว่า หากทิ้งเครื่องตกแต่งวัน คริสต์มาสไว้เกินวันที่ 5 มกราคมจะโชคร้ายไปตลอดปี

กลิ่นอายคริสต์มาส เทศกาลคริสต์มาสมาถึงเมืองไทยแต่ในนาม ไม่ได้พาความเย็น มาด้วย ทําให้คนไทยซึ่งพร้อมที่จะฉลองอะไรต่อมิอะไรกับใครทั้งโลก ต้อง ฉลองคริสต์มาสด้วยหยาดเหงื่อ

นําเรื่องราวของ Frosty the Snowman มาฝาก เพื่อร้องๆ ไปแล้ว จะรู้สึกเย็นขึ้นบ้าง

เคยเล่าเรื่อง Rudolf, the Red-nosed Reindeer เจ้ากวางรูดอล์ฟ จมูกแดงของซานตาคลอสไปแล้ว ว่ามีต้นกําเนิดมาจากบทกลอนแจกเด็ก

ที่ห้างมอนต์กอเมอรี่ วอร์ดในอเมริกา ทําขึ้นใน ค.ศ.๑๘๙๓ ๔” แล้วจึงกลาย เป็นหนังสือขายดี และเพลงฮิตติดอันดับในเวลาต่อมา

คนที่ร้องเพลง Rudolf, the Red-nosed Reindeer ดังเป็นคน แรกคือดาราคาวบอยนักร้องที่ชื่อ Gene Autry คุณจีนไม่ใช่คาวบอยพื้นๆ แต่เป็นพระเอกประเภท singing cowboy หรือคาวบอยนักร้องที่ขายดี ที่สุดในครั้งกระโน้น แม้กระทั่งในเอเชีย นักดูหนังรุ่นคุณทวดของเราก็ รู้จักจีน ออทรีกันทั้งนั้น

นอกจากเพลงคาวบอยแล้ว ดูเหมือนคุณจีนจะถูกโฉลกกับเพลง คริสต์มาส เพราะเคยร้องเพลง Here Comes Santa Claus จนเป็นที่ นิยมของทั้งเด็กและผู้ใหญ่มาก่อนหน้านั้นแล้ว

เมื่อครั้งคุณจีน ออทรีออกแผ่นรูดอล์ฟมาในช่วงคริสต์มาสแรกก็ ขายได้กว่า ๒ ล้านแผ่น จากนั้นก็ติดอันดับขายดีไปทุกคริสต์มาส ทุกวันนี้ รูดอล์ฟจมูกแดงก็ยังครองอันดับต้นๆ ของเพลงคริสต์มาสที่ยอดขายสูง ที่สุดในโลก

คาวบอยเก่าอย่างคุณจีนจึงติดใจ อยากจะมีเพลงคริสต์มาสขายดี อย่างนั้นอีกสักเพลงหนึ่ง ก็พอดีนักแต่งเพลง ๒ คน คือ Steve Nelson และ Jack Rollins มาเสนอเพลง Frosty the Snowman ให้ร้อง

คุณจีนชอบใจ เพราะรู้ดีว่าอะไรทําให้เพลงคริสต์มาสสมัยใหม่เป็น ที่นิยมได้

หนึ่ง ทํานองต้องสนุก ต้องง่าย ฟังเที่ยวเดียวแทบจะฮัมตามได้

สอง… เนื้อเพลงต้องเป็นกึ่งๆ นิทาน เด็กๆ ชอบ ผู้ใหญ่ก็ต้องซื้อ

เพลงเกี่ยวกับเจ้าฟรอสตี้-มนุษย์ที่ทําจากหิมะตัวนี้ ดูจะมีคุณสมบัติ ครบถ้วน

กลิ่นอายคริสต์มาส

The man who sang Rudolf, the Red-nosed Reindeer, was the first person to be a cowboy star. The singer named Gene Autry, you are not a simple cowboy. But is a singing cowboy hero Most of the time Even in Asia Our great-granddaughter watchers know China Orient.

When you were Chinese Orri released Rudolph in the first Christmas, selling over 2 million copies, then selling well every Christmas. Today, Rudolph still ranks in the top. Of the highest-selling Christmas songs in the world

ขอบคุณรูปภาพจาก Google

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ ที่นี่

ปกอัลบั้มเพลงคริสมาสต์ของ Feliz Navidad

ฮาร์เล็ม เพราะพวกอิตาเลียนอพยพเคยอยู่กันตรึม แต่อิตาเลียนค่อยๆ ยอมแพ้ ย้ายออกไป เมื่อพวกละตินหลังไหลเข้ามา

พวกที่มาจากเปอร์โตริโกอย่างครอบครัวเด็กชายโฮเช่นะมากที่สุด

ย้ายมาแล้วก็เหมือนอยู่บ้าน เพราะญาติโยมอยู่กันที่นี่เต็มไปหมด ล้วนยากจนพอๆ กันทั้งนั้น

แต่หัวใจก็รักดนตรีไม่เสื่อมคลาย สภาพความเป็นอยู่ยิ่งแออัด ก็ยิ่ง เล่นดนตรีปลอบใจให้ครึกครื้นเข้าไว้

ญาติโยมหนูโฮเซ่เล่นดนตรีกันหลายคน เจ้าหนูตาบอดมักคว้ากระป๋องขนมปังที่ต่างกลอง ร่วมสนุกไปกับเขา

ทุกครั้ง

โตขึ้นมาหน่อย หัดเล่นหีบเพลงชักก็เข้าท่าจนออกโรงหากินได้ ใน ที่สุดพวกเปอร์โตริกันที่เป็นญาติและเป็นเพื่อนของพ่อแม่ เลยต้องช่วยกัน ลงขันซื้อกีตาร์ให้เล่น แถมส่งเรียนดนตรีให้เป็นเรื่องเป็นราวด้วย

ช่วงปลายๆ วัยรุ่น หนุ่มโฮเซ่ ฟลิซิอาโนก็ตัดสินใจไม่เรียนหนังสือ ต่อ แต่เข้าวงการไปเป็นนักดนตรีอาชีพ ทั้งแต่งเพลงเอง เล่นดนตรีเอง และร้องเอง ครบวงจร จนกลายเป็นศิลปินใหญ่ในวงการ มีรางวัลประดับ เกียรติมากมาย

หากเป็นทหารก็คงมีเหรียญตรา ห้อยจากบ่าถึงตาตุ่ม

การใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางความแตกต่างทางเชื้อชาติ ศาสนา ภาษา และวัฒนธรรม ทําให้คุณโฮเซ่รู้ว่าคนเรายังรักและปรารถนาดีต่อกันเสมอ หากแต่คิดถึงกันวัน “เพื่อนมนุษย์”

และไม่ว่าจะเป็นชาติ ภาษาใด คําอวยพรสําหรับเทศกาลคริสต์มาส และปีใหม่ที่จะมาถึง ก็ยังมีความหมายเช่นในภาษาสเปน ฮาร์เล็ม

Harlem because Italian immigrants used to live together But the Italians gradually gave up, moving away when the Latinos later flowed in.

Those who come from Puerto Rico like the family of the boys, Hachena

Moved here, like home Because kith and kin are all here, all are equally poor.

But the heart loved the music unceasingly The living conditions, the more congested, the more joyful music played.

Kith and Niece, José played many music. The blind boy often grabs the cans of bread at different drums. Have fun with him.

Grow up a bit Learn to play the accordion, it makes sense to make a living. Finally, the Puerto Ricans, who are relatives and friends of parents Therefore have to help each other Help buy a guitar to play As well as sending music lessons to earnestly with

In the late teens, José Ficiano decided not to continue his studies, but instead started to pursue a career in music. Both writing songs by themselves, playing music by themselves, and singing by themselves, completely becoming a big artist in the industry With award decorations Many honors

ขอบคุณรูปภาพจาก Google

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ ที่นี่

เพลงวันคริสต์มาสโก๋ๆ

เพลงคริสต์มาสโก๋ๆ

เคยได้ยินนักเพลงรุ่น “โก๋หลังวัง” เรียกเพลง Feliz Navidad ว่า

อย่างนั้น

แอบเห็นด้วยอย่างยิ่งอยู่ในใจ

หากนึกภาพว่าเพลงคริสต์มาสที่เกี่ยวข้องกับศาสนา (Christmas hymns, carols) เป็นนักบวชเสื้อคลุมยาวที่ยืนสงบชวนศรัทธา

ส่วนเพลง “คริสต์มาสป็อป รุ่นต้นๆ ศตวรรษที่ ๒๐ เป็นผู้คนที่ใส่ เสื้อผ้าอบอุ่นสวยงาม ยืนร้องเพลงท่ามกลางหิมะ เหมือนที่เห็นในการ์ดฝรั่ง

Feliz Navidad ก็เป็นจิกโก้ใส่เสื้อหนัง ยืนดีดนิ้วเปาะเปาะ พิง มอเตอร์ไซค์ที่จอดอยู่ใต้ต้นคริสต์มาส

ฟังยังไงยังไงก็ไม่เป็นเพลงคริสต์มาส ทั้งๆ ที่ชื่อเพลงซึ่งเป็นภาษา สเปนมีความหมายว่า “สุขสันต์คริสต์มาส

แต่ท่วงทํานองคึกคักชวนสนุก และเนื้อร้องแสนง่าย จากฝีมือของ นักกีตาร์ตาพิการ José Feliciano กลับมีเสน่ห์ประหลาดจนเพลง Feliz Navidad ติดหู ติดใจ กลายเป็นเพลงโปรดของคนทุกรุ่นทุกวัยในเทศกาล คริสต์มาสติดต่อกันมากว่า ๔๐ ปี

เพลงคริสต์มาสโก๋ๆ เนื้อร้องสั้น-ง่าย ที่คุณโฮเซ่ ฟิลิซิอาโน เขียนเป็นภาษาสเปน มีว่า

“Feliz Navidad,

Próspero año y felicidad”

แค่นี้จริงๆ ร้องไปร้องมา ร้องมาร้องไป ร้องไปร้องมา ก็จบเพลง

ไม่กี่เที่ยวหรอก หากไม่ estupido (โง่-ภาษาสเปน) จนเกินไป ก็จะ จําขึ้นใจและได้ศัพท์สเปนไปหลายตัว

feliz = สุขสันต์ navidad = คริสต์มาส prospero = รุ่งเรือง ร่ํารวย ประสบความสําเร็จ año = i y = และ felicidad = ความสุข

เพลงคริสต์มาสโก๋ๆ

Cool Christmas music
I heard the musician “Ko Lang Wang” called Feliz Navidad as
that
Secretly agreed in the heart
Imagine Christmas religious songs (Christmas hymns, carols) as a long-standing priest who invites faith.
As for the song, “Early 20th century Christmas pop, the people wearing Beautiful warm clothes Stand singing in the snow Like you can see in a foreign card
Feliz Navidad is also a gecko wearing a leather jacket. Standing on the cusp of a finger on a motorcycle parked under a Christmas tree
No matter how you listen to it, it’s not a Christmas song, although the song name is in Spanish means “Merry Christmas
But the fun-filled melodies are fun. And the easy lyrics of a handicapped guitarist, José Feliciano becomes enchanting until the song Feliz Navidad becomes a favorite song of all generations and ages at the festival. Christmas for 40 years consecutively

ขอบคุณรูปภาพจาก Google

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ ที่นี่

เจ้ารูดอล์ฟจมูกแดง กวางของซานตาคลอส

ยังไม่ได้เล่าเรื่องของเจ้า รูดอล์ฟจมูกแดง ให้คุณผู้อ่านฟัง จึงจูงจมูก เจ้ารูดอล์ฟมาให้รู้จักกันชัดๆ ในคราวนี้

ที่จูงจมูกเพราะจุดเด่นของรูดอล์ฟอยู่ที่จมูก ไม่ใช่จูงจมูกตามสํานวน ฝรั่งว่า pulling his nose ที่คนไทยพูดได้สะใจกว่าว่า “สนตะพาย” แต่ อย่างใด

ตะพาย แปลว่า ช่องที่เจาะไว้ปลายจมูกวัว ควาย เพื่อจะใช้เชือก สนเข้าไป จมูกของสัตว์ใหญ่ๆ เป็นจุดอ่อนของมัน เมื่อดึงก็จะเจ็บกว่า ที่อื่นๆ มันก็ยอมให้เราดึงไปไหนๆ โดยง่าย

ซานตาคลอสไม่ได้สนตะพายรูดอล์ฟ แต่ใช้ช่วยลากเลื่อนที่ขน ของขวัญไปแจกให้เด็กๆ

มนุษย์ที่ไหนๆ ก็รู้จักที่จะหาพาหนะและวิธีสัญจรให้เข้ากับภูมิ ประเทศที่ตนอยู่ ใครอยู่ใกล้น้ําก็เชี่ยวชาญทางเรือ อยู่บกใช้ม้า ใช้ลา อยู่ ทะเลทรายก็ใช้อฐ ฯลฯ

พวกที่อยู่แถบหนาวจัดใช้สกีหรือเลื่อน แล้วนําสัตว์ในแถบนั้นๆ อย่างสุนัขหรือกวางเรนเดียร์มาช่วยลาก ตามประสามนุษย์ผู้รักสบาย รูดอล์ฟจมูกแดง

รูดอล์ฟจมูกแดง

Haven’t told your story Rudolph the Red Nose For the reader to listen to Rudolph, come to know each other clearly at this time

The nose is due to Rudolph’s nose. Not being influenced by foreigners as pulling his nose that Thai people can say more than “sniper” in any way

“Nose” means “a hole pierced at the end of a bull’s nose” to use a rope to get into the nose of a large animal Is its weakness When pulled, it will hurt more than other places. It allows us to pull anywhere easily.

Santa Claus is not embarrassing Rudolph But is used to help drag the carriage Gifts to give to children

Where humans Knew where to find vehicles and how to travel to the landscape Country of residence Anyone who is close to the water can specialize in boat, land, horses, donkeys, desert, etc.

Those in the cold regions use skis or sleds. Then bring the animals in that area Like a dog or reindeer to help tow As a human being who loves comfort Rudolph the Red Nose

ขอบคุณรูปภาพจาก Google

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ ที่นี่

บทเพลงเทศกาลคริสต์มาส

เพลง เพลงคริสต์มาส ที่เราได้ยินในเทศกาลคริสต์มาสส่วนใหญ่เป็นเพลงเก่าอายุนับ ร้อยๆ ปีขึ้นไป

ส่วนบรรดาเพลงที่อายุยังเป็นเลขสองตัวอยู่อย่าง White Christmas, Silver Bells, Christmas Song, Santa Claus is Coming to Town ฯลฯ รวมทั้งที่เป็นภาษาสเปนอย่าง Feliz Navidad ของศิลปินตาพิการ Jose Feliciano มีฮิตอย่างยืนยงคงกระพันอยู่ไม่กี่เพลง ทั้งๆ ที่มีคนพยายาม ประพันธ์กันออกมามากมาย แต่แล้วก็หายไปหมด

ขนาดเดอะบีเทิลส์แต่งเพลงคริสต์มาสออกมาแล้ว คนฟังยังไม่ ไยดี ผู้ทรงภูมิทางดนตรีคลาสสิกพยายามกันมาก็มาก แต่ล้วนแผ่วจางไป กับสายลม

เขาว่าเพลงคริสต์มาสจะต้องมีจิตวิญญาณของมันเอง ที่จะสัมผัส ไปถึงหัวใจของคนฟัง อาจจะเป็นเพลงง่ายที่สุด คนแต่งไม่มีความรู้ทาง ดนตรีหรือแม้แต่ไม่มีตัวตน แต่ถ้าโป๊ะเชะแล้วละก็ เพลงนั้นๆ ก็จะยืนยง เคียงคู่ไปกับเทศกาล คนทุกรุ่นทุกวัยฟังแล้วถูกใจเหมือนๆ กัน

หนึ่งในเพลงง่ายที่สุดสําหรับเทศกาลคริสต์มาสมีเนื้อร้องสั้นกุด

เป็นหนึ่งในเพลงที่เก่าแก่ที่สุดเหมือนกัน

“We wish you a Merry Christmas We wish you a Merry Christmas We wish you a Merry Christmas And a Happy New Year!”

จริงๆ คือมีแค่ ๒ บรรทัด เพราะ ๓ บรรทัดแรกนั้นซ้ํากัน

ก็ซื้อๆ ง่ายๆ ตรงความหมายของเพลงตรงเป้าที่สุดแล้ว…ขอให้ สุขสันต์วันคริสต์มาสและสุขใจในปีใหม่

ส่วนเนื้อเพลงท่อนแยกที่ว่า “Good tidings to you wherever you are, Good tidings for Christmas and a Happy New Year.” นั้น นัยว่ามาเขียนเพิ่มในภายหลัง

เคยได้ยินคอรัสของเด็กอนุบาลร้องเป็นภาษาไทยว่า “ค่อให้สุข สั่นในวันคริสต์มาส ค่อให้สุขสันในวันคริสต์มาส ค่อให้สุขสันในวัน คริสต์มาสแหละซา-หวัด-ดิ์-ปี-มัย”

ได้ยินแล้วใครๆ ก็ต้องยิ้ม ยิ้มกับความน่ารักและตั้งอกตั้งใจของคน ร้องตัวเล็กๆ และยิ้มความเหน่อของเนื้อเพลง

We Wish You a Merry Christmas เป็นเพลงรุ่นโบราณ อายุ ร่วม ๔๐๐ ปี เพราะตามที่นักประวัติศาสตร์ดนตรีเขาสืบสาวขึ้นไป คน อังกฤษร้องเพลงนี้มาตั้งแต่ศตวรรษที่ ๑๖

ชนิดว่าไม่ต้องแปลกใจเลย หากมหากวีวิลเลี่ยม เช็กสเปียร์ (ค.ศ. ๑๕๖๔-๑๖๑๖) เคยร้องเพลงนี้ร่วมกับพรรคพวกเพื่อนฝูงมาก่อน

เทียบอย่างไทยๆ ก็ต้องว่า ฝรั่งอังกฤษร้องเพลง We Wish You a Merry Christmas มาตั้งแต่คนไทยเรายังมีเมืองหลวงชื่ออยุธยา (อยุธยา แตก ค.ศ.๑๗๖๗ หรือ พ.ศ.๒๓๑๐)

ในครั้งโบราณ อังกฤษมีคนกลุ่มหนึ่งที่เรียกกันง่ายๆ ว่าพวก Waits เพลงคริสต์มาส

เพลงคริสต์มาส

As for the songs that are still two in number, such as White Christmas, Silver Bells, Christmas Song, Santa Claus is Coming to Town, etc., as well as the Spanish language of disabled artist Feliz Navidad, Jose Feliciano has no enduringly popular hits. How many songs despite the effort Authored many But then it all disappeared

He said that Christmas songs must have their own soul to touch the hearts of their listeners. Probably the easiest song The author has no knowledge of Music, or even doesn’t exist But if the lampshade and then that song will endure alongside the festival People of all ages and listen alike.

ขอบคุณรูปภาพจาก Google

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ ที่นี่

บทประพันธ์เพลง Carol of the Drum

ในช่วงแรกคุณแคทเธอรีน เชื่อเพลงว่า (Carol of the Durn แต่งงา เปลี่ยนเป็น ‘This Little DruITT Boy) ในช่วงที่เริ่มเป็นที่นิยม เพราะ ใครๆ ฟังแล้วก็นึกรักนักตีกลองตัวน้อยที่เพลงกล่าวถึงทั้งสิ้น

ว่ากันว่าคุณ แคทเธอรีน อาจได้ความคิดนี้มาจากเรื่องราวของ The Jugglor of Notry DaIT19 ที่ชาวฝรั่งเศได้ยินกันมาร่วมง 20 ปี

uggar หรือ jonglour ในภาษาฝรั่งเศสนั้น คือนักแสดงที่เชี่ยวชาญ ในการโยน รับวัตถุต่างๆ เช่น ลูกบอล ห่วง ขวดแก้ว ฯลฯ ส่วนใหญ่มัก แสดงตามข้างถนนหรือในคณะละครสัตว์ จะครเร

ตามประวัตินั้น พวก “นักเลอร์ มีมารวมพันปีแล้ว ในช่วงแรกๆ ผู้ คนในยุโรปอีกว่าพวกนี้เป็นชนชั้นต่า ได้เกียรติ ไม่ต่างจากที่บ้านเราเคย ดูถูกพวก “เต้นกินรากิน!

นอกจาก แคทเธอรีน จะตระเวนแสดงไปตามที่ต่างๆ แล้ว สถานที่หนึ่งที่พวกนี้ นิยมไปแสดงคือหน้าโบสถ์ เพราะคนที่ไปโบสถ์จะมีจิตศรัทธาอยากทําบุญ สุนทานอยู่แล้ว เมื่อเห็นคนยากจนเปิดการแสดงอยู่ริมถนน จะอยากดู หรือไม่อยากก็อดใยนสตางค์ให้บ้างไม่ได้ คล้ายๆ กับคนไทยชอบให้สตางค์ ขอทานในบริเวณวัด

ในปารีสมีใบส) Notro Darns de Paris ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรม งดงามรูปแบบกอธิค สร้างขึ้นเพื่อบูชาพระแม่มารีพระมารดาของพระเยซู

Notre Dar00 ในภาษาฝรั่งเศส แปลเป็นอังกฤษว่า our lady

ในเรื่องเล่าเก่าแก่ที่ว่า “จักเลอร์ ผู้ยากจน ไม่มีอะไรจะถวาย จึงตั้ง อกตั้งใจแสดงการโยน รับวัตถุอย่างเต็มฝีมือเพื่อถวายหน้ารูปปั้นพระแม่

เรื่องราวแห่งความศรัทธานี้ เคยมีผู้นําไปทําละครโอเปร่าเมื่อต้นๆ ศตวรรษที่ ๒๐ หรือกว่าร้อยปีมาแล้ว และยังมีการจัดแสดง The Juggler of Notre Dang ให้คนชมอยู่เป็นครั้งคราวจนทุกวันนี้ นอกจากจะมี คนเตรีไพเราะแล้ว ยังมีการแสดงของ “จักเลอร์” และการแสดงข้างถนน

แคทเธอรีน

At first, Catherine believed the song (Carol of the Durn changed to ‘This Little DruITT Boy)’ when it became popular because everyone listened to it and loved the little drummer the song said. To total

It is said that Catherine may have come to this idea from the story of The Jugglor of Notry DaIT19, which the French people have heard for 20 years.

uggar or jonglour in French Is an actor who specializes in throwing objects such as balls, hoops, glass bottles, etc. Most of them are performed on the streets or in a circus.

ขอบคุณรูปภาพจาก Google

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ ที่นี่

ผู้ขับร้องเพลง Silent Night

ในครั้งนั้นทุกประเทศในทวีปยุโรปล้วนใส่ เนื้อร้องภาษา ตนลงใน ทํานองอันไพเราะของ Sle Nacht ทั้งนั้น อังกฤษเป็น Silent Night ฝรั่งเศส เป็น Douce nuit อิตาเลียนเป็น Bianco Nata ฯลฯ

มีเรื่องเล่าว่าในสมัยสงครามโลกครั้งที่ ๑ (ค.ศ.๑๙๑๔-๑๙๐๔) ทหารที่สู้กันอยู่ในยุโรป ตกอยู่ในสภาพของสงครามสนามเพลาะ หรือ Trench Warfare ที่ต่างฝ่ายต่างต้องหมกตัวอยู่ใน “ท้องร่อง ขนาดยาว เหยียดที่ขุดไว้ โดยมีพื้นที่ตรงกลางที่เรียกว่า no-man’s land ใครขยับ จะบุกก็ต้องผ่านพื้นที่นรกแห่งนี้ เพราะอีกฝ่ายหนึ่งจ้องยิงอยู่

บางครั้ง no-man’s land ก็ใกล้กันนิดเดียว ขนาดที่ต่างฝ่ายแทบ จะได้ยินเสียงกัน หรือแม้กระทั่งได้กลิ่นอาหาร

แต่ เนื้อร้องภาษา ส่วนใหญ่แล้วทหารทั้งสองฝ่ายต้องหดหัวอยู่ในหลุม เหมือนเต่า ที่หดหัวในกระดอง ต้องทนแดด ทนฝน ทนลม แช่อยู่ในสนามเพลาะเจ้า กรรมนี้เป็นปีๆ ที่เจ็บป่วย ตายไปก็นับไม่ถ้วน (เกือบถ้วนเหมือนกัน เพราะเมื่อสิ้นสุดสงครามยอดการตายของทหารทกุฝ่ายรวมกันได้เกือบ10ล้านคน)

เนื้อร้องภาษา

At that time, all European countries put Their lyrics are written in Sle Nacht’s beautiful melodies. English is Silent Night, French is Douce nuit, Italian is Bianco Nata etc.

There is a story that in the period of World War I (1914-1990), soldiers fighting in Europe In a trench warfare, or Trench Warfare, each side must be immersed in the “long ditches dug up. There is a middle area called no-man’s land. Anyone who moves will have to go through this hell area. Because the other person was staring at him

But the lyrics In most cases, soldiers on both sides had to head in the hole, like a turtle that shrinks its head in a carapace. It must endure the sun, endure the rain, endure the wind immersed in the trenches. This karma is countless years in which illness has died. (Almost thorough too Because at the end of the war, the deaths of nearly 10 million soldiers combined

ขอบคุณรูปภาพจาก Google

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ ที่นี่

วงดนตรี เออร์วิง เบอร์ลิน

เขาตั้งชื่อตัวเองใหม่ว่า “ เออร์วิง เบอร์ลิน ” และจากวันนั้นตราบ จนวันตาย เขาแต่งเพลงไว้นับพันเพลง หลายร้อยเพลงเป็นเพลงฮิต เขา จึงได้รับการยกย่องว่าเป็น “บิดาแห่งเพลงป๊อปของอเมริกา” ทั้งๆ ที่ด้อย การศึกษา ไม่เคยเรียนดนตรี อ่านโน้ตไม่ออก และเล่นดนตรีไม่เป็น

ตราบจนทุกวันนี้มีศิลปินบันทึกแผ่น White Christmas ไปแล้วรวม กว่า ๕๐๐ ราย แต่ผู้ที่ขับร้อง White Christmas เป็นคนแรกคือนักร้อง ยิ่งใหญ่สมัยคุณปู่-คุณทวดที่ชื่อว่า Bing Crosby เฉพาะเวอร์ชั่นของคุณ ทวดบึงก็ขายไปรวม ๓๐ ล้านแผ่น (คุณทวดมีเพลงอันดับ ๑ มากกว่า เดอะบีเทิลส์ทั้งคณะ)

ใน ค.ศ.๑๙๔๒ White Christmas คว้ารางวัลออสการ์ในฐานะ เพลงยอดเยี่ยมไปโดยไม่มีข้อกังขา

บริษัทพาราเม้าท์ผู้สร้าง ร่ํารวยจากหนังเรื่องนี้จนต้องสร้างตอนที่ ๒ ที่ชื่อว่า White Christmas ตามชื่อเพลงออกมาอีก

คนปูยิง ครอสคนร้อง คุณทวดเออร์วิ่งผู้ประพันธ์ก็รวยจากเพลงนี้ เพลงเดียวมากมายเกินกว่าที่คนธรรมดาจะหาได้ทั้งชีวิต

นักธุรกิจอเมริกัน ๒ คนจากเมืองเมมฟิสก็พลอยรวยจากความ ดังของ White Christmas ไปด้วย เพราะเอาชื่อหนัง “Holiday Inn ไป ตั้งเป็นชื่อโรงแรมเล็กๆ ของตัว รับนักท่องเที่ยวที่เดินทางโดยรถยนต์ เป็น โรงแรมเรียบง่าย สะอาด แต่ปราศจากความฟุ่มเฟือย ราคาจึงเป็นมิตร กับกระเป๋าสตางค์ ชาวบ้านมะกันถูกใจมาก พากันไปอุดหนุน โรงแรม เล็กๆ นี้จึงเติบโตขึ้นเป็นโรงแรมที่มีเครือข่ายใหญ่โตที่สุดในโลกแห่งหนึ่ง

เพลงง่ายๆ ไม่ซับซ้อน มีโน้ตเพียง ๖๗ ตัว เนื้อร้องเพียง ๕๔ คํา แต่อะไรๆ ที่เกี่ยวข้องกับ White Christmas ดูจะสดชื่นและเป็นมงคลไป หมดกับทุกคนในแวดวง จึงอยากให้มงคลของเกล็ดหิมะจาก White Christmas โปรยปรายมาให้คุณผู้อ่านมีความสุขไปด้วย เออร์วิง เบอร์ลิน

เออร์วิง เบอร์ลิน

He named himself “Irving Berlin” and from that day until his death he composed thousands of songs. Hundreds of songs are popular songs, so he is regarded as “The father of American pop music” despite the lack of education, never studied music. Cannot read notes And can’t play music

To this day, more than 500 artists have recorded White Christmas discs, but the first person to sing White Christmas is a singer. Grandfather Grandfather – Great-Grandfather, named Bing Crosby. Only for your version. Thuat Bueng has sold 30 million copies (Thu Thuat has the number 1 song more than the whole Beatles group)

ขอบคุณรูปภาพจาก Google

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ ที่นี่