ผู้ขับร้องเพลง Silent Night

เนื้อร้องภาษา

ในครั้งนั้นทุกประเทศในทวีปยุโรปล้วนใส่ เนื้อร้องภาษา ตนลงใน ทํานองอันไพเราะของ Sle Nacht ทั้งนั้น อังกฤษเป็น Silent Night ฝรั่งเศส เป็น Douce nuit อิตาเลียนเป็น Bianco Nata ฯลฯ

มีเรื่องเล่าว่าในสมัยสงครามโลกครั้งที่ ๑ (ค.ศ.๑๙๑๔-๑๙๐๔) ทหารที่สู้กันอยู่ในยุโรป ตกอยู่ในสภาพของสงครามสนามเพลาะ หรือ Trench Warfare ที่ต่างฝ่ายต่างต้องหมกตัวอยู่ใน “ท้องร่อง ขนาดยาว เหยียดที่ขุดไว้ โดยมีพื้นที่ตรงกลางที่เรียกว่า no-man’s land ใครขยับ จะบุกก็ต้องผ่านพื้นที่นรกแห่งนี้ เพราะอีกฝ่ายหนึ่งจ้องยิงอยู่

บางครั้ง no-man’s land ก็ใกล้กันนิดเดียว ขนาดที่ต่างฝ่ายแทบ จะได้ยินเสียงกัน หรือแม้กระทั่งได้กลิ่นอาหาร

แต่ เนื้อร้องภาษา ส่วนใหญ่แล้วทหารทั้งสองฝ่ายต้องหดหัวอยู่ในหลุม เหมือนเต่า ที่หดหัวในกระดอง ต้องทนแดด ทนฝน ทนลม แช่อยู่ในสนามเพลาะเจ้า กรรมนี้เป็นปีๆ ที่เจ็บป่วย ตายไปก็นับไม่ถ้วน (เกือบถ้วนเหมือนกัน เพราะเมื่อสิ้นสุดสงครามยอดการตายของทหารทกุฝ่ายรวมกันได้เกือบ10ล้านคน)

เนื้อร้องภาษา

At that time, all European countries put Their lyrics are written in Sle Nacht’s beautiful melodies. English is Silent Night, French is Douce nuit, Italian is Bianco Nata etc.

There is a story that in the period of World War I (1914-1990), soldiers fighting in Europe In a trench warfare, or Trench Warfare, each side must be immersed in the “long ditches dug up. There is a middle area called no-man’s land. Anyone who moves will have to go through this hell area. Because the other person was staring at him

But the lyrics In most cases, soldiers on both sides had to head in the hole, like a turtle that shrinks its head in a carapace. It must endure the sun, endure the rain, endure the wind immersed in the trenches. This karma is countless years in which illness has died. (Almost thorough too Because at the end of the war, the deaths of nearly 10 million soldiers combined

ขอบคุณรูปภาพจาก Google

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ ที่นี่

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *