เพลงวันคริสต์มาสโก๋ๆ

เพลงคริสต์มาสโก๋ๆ

เคยได้ยินนักเพลงรุ่น “โก๋หลังวัง” เรียกเพลง Feliz Navidad ว่า

อย่างนั้น

แอบเห็นด้วยอย่างยิ่งอยู่ในใจ

หากนึกภาพว่าเพลงคริสต์มาสที่เกี่ยวข้องกับศาสนา (Christmas hymns, carols) เป็นนักบวชเสื้อคลุมยาวที่ยืนสงบชวนศรัทธา

ส่วนเพลง “คริสต์มาสป็อป รุ่นต้นๆ ศตวรรษที่ ๒๐ เป็นผู้คนที่ใส่ เสื้อผ้าอบอุ่นสวยงาม ยืนร้องเพลงท่ามกลางหิมะ เหมือนที่เห็นในการ์ดฝรั่ง

Feliz Navidad ก็เป็นจิกโก้ใส่เสื้อหนัง ยืนดีดนิ้วเปาะเปาะ พิง มอเตอร์ไซค์ที่จอดอยู่ใต้ต้นคริสต์มาส

ฟังยังไงยังไงก็ไม่เป็นเพลงคริสต์มาส ทั้งๆ ที่ชื่อเพลงซึ่งเป็นภาษา สเปนมีความหมายว่า “สุขสันต์คริสต์มาส

แต่ท่วงทํานองคึกคักชวนสนุก และเนื้อร้องแสนง่าย จากฝีมือของ นักกีตาร์ตาพิการ José Feliciano กลับมีเสน่ห์ประหลาดจนเพลง Feliz Navidad ติดหู ติดใจ กลายเป็นเพลงโปรดของคนทุกรุ่นทุกวัยในเทศกาล คริสต์มาสติดต่อกันมากว่า ๔๐ ปี

เพลงคริสต์มาสโก๋ๆ เนื้อร้องสั้น-ง่าย ที่คุณโฮเซ่ ฟิลิซิอาโน เขียนเป็นภาษาสเปน มีว่า

“Feliz Navidad,

Próspero año y felicidad”

แค่นี้จริงๆ ร้องไปร้องมา ร้องมาร้องไป ร้องไปร้องมา ก็จบเพลง

ไม่กี่เที่ยวหรอก หากไม่ estupido (โง่-ภาษาสเปน) จนเกินไป ก็จะ จําขึ้นใจและได้ศัพท์สเปนไปหลายตัว

feliz = สุขสันต์ navidad = คริสต์มาส prospero = รุ่งเรือง ร่ํารวย ประสบความสําเร็จ año = i y = และ felicidad = ความสุข

เพลงคริสต์มาสโก๋ๆ

Cool Christmas music
I heard the musician “Ko Lang Wang” called Feliz Navidad as
that
Secretly agreed in the heart
Imagine Christmas religious songs (Christmas hymns, carols) as a long-standing priest who invites faith.
As for the song, “Early 20th century Christmas pop, the people wearing Beautiful warm clothes Stand singing in the snow Like you can see in a foreign card
Feliz Navidad is also a gecko wearing a leather jacket. Standing on the cusp of a finger on a motorcycle parked under a Christmas tree
No matter how you listen to it, it’s not a Christmas song, although the song name is in Spanish means “Merry Christmas
But the fun-filled melodies are fun. And the easy lyrics of a handicapped guitarist, José Feliciano becomes enchanting until the song Feliz Navidad becomes a favorite song of all generations and ages at the festival. Christmas for 40 years consecutively

ขอบคุณรูปภาพจาก Google

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ ที่นี่

เจ้ารูดอล์ฟจมูกแดง กวางของซานตาคลอส

ยังไม่ได้เล่าเรื่องของเจ้า รูดอล์ฟจมูกแดง ให้คุณผู้อ่านฟัง จึงจูงจมูก เจ้ารูดอล์ฟมาให้รู้จักกันชัดๆ ในคราวนี้

ที่จูงจมูกเพราะจุดเด่นของรูดอล์ฟอยู่ที่จมูก ไม่ใช่จูงจมูกตามสํานวน ฝรั่งว่า pulling his nose ที่คนไทยพูดได้สะใจกว่าว่า “สนตะพาย” แต่ อย่างใด

ตะพาย แปลว่า ช่องที่เจาะไว้ปลายจมูกวัว ควาย เพื่อจะใช้เชือก สนเข้าไป จมูกของสัตว์ใหญ่ๆ เป็นจุดอ่อนของมัน เมื่อดึงก็จะเจ็บกว่า ที่อื่นๆ มันก็ยอมให้เราดึงไปไหนๆ โดยง่าย

ซานตาคลอสไม่ได้สนตะพายรูดอล์ฟ แต่ใช้ช่วยลากเลื่อนที่ขน ของขวัญไปแจกให้เด็กๆ

มนุษย์ที่ไหนๆ ก็รู้จักที่จะหาพาหนะและวิธีสัญจรให้เข้ากับภูมิ ประเทศที่ตนอยู่ ใครอยู่ใกล้น้ําก็เชี่ยวชาญทางเรือ อยู่บกใช้ม้า ใช้ลา อยู่ ทะเลทรายก็ใช้อฐ ฯลฯ

พวกที่อยู่แถบหนาวจัดใช้สกีหรือเลื่อน แล้วนําสัตว์ในแถบนั้นๆ อย่างสุนัขหรือกวางเรนเดียร์มาช่วยลาก ตามประสามนุษย์ผู้รักสบาย รูดอล์ฟจมูกแดง

รูดอล์ฟจมูกแดง

Haven’t told your story Rudolph the Red Nose For the reader to listen to Rudolph, come to know each other clearly at this time

The nose is due to Rudolph’s nose. Not being influenced by foreigners as pulling his nose that Thai people can say more than “sniper” in any way

“Nose” means “a hole pierced at the end of a bull’s nose” to use a rope to get into the nose of a large animal Is its weakness When pulled, it will hurt more than other places. It allows us to pull anywhere easily.

Santa Claus is not embarrassing Rudolph But is used to help drag the carriage Gifts to give to children

Where humans Knew where to find vehicles and how to travel to the landscape Country of residence Anyone who is close to the water can specialize in boat, land, horses, donkeys, desert, etc.

Those in the cold regions use skis or sleds. Then bring the animals in that area Like a dog or reindeer to help tow As a human being who loves comfort Rudolph the Red Nose

ขอบคุณรูปภาพจาก Google

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ ที่นี่

บทเพลงเทศกาลคริสต์มาส

เพลง เพลงคริสต์มาส ที่เราได้ยินในเทศกาลคริสต์มาสส่วนใหญ่เป็นเพลงเก่าอายุนับ ร้อยๆ ปีขึ้นไป

ส่วนบรรดาเพลงที่อายุยังเป็นเลขสองตัวอยู่อย่าง White Christmas, Silver Bells, Christmas Song, Santa Claus is Coming to Town ฯลฯ รวมทั้งที่เป็นภาษาสเปนอย่าง Feliz Navidad ของศิลปินตาพิการ Jose Feliciano มีฮิตอย่างยืนยงคงกระพันอยู่ไม่กี่เพลง ทั้งๆ ที่มีคนพยายาม ประพันธ์กันออกมามากมาย แต่แล้วก็หายไปหมด

ขนาดเดอะบีเทิลส์แต่งเพลงคริสต์มาสออกมาแล้ว คนฟังยังไม่ ไยดี ผู้ทรงภูมิทางดนตรีคลาสสิกพยายามกันมาก็มาก แต่ล้วนแผ่วจางไป กับสายลม

เขาว่าเพลงคริสต์มาสจะต้องมีจิตวิญญาณของมันเอง ที่จะสัมผัส ไปถึงหัวใจของคนฟัง อาจจะเป็นเพลงง่ายที่สุด คนแต่งไม่มีความรู้ทาง ดนตรีหรือแม้แต่ไม่มีตัวตน แต่ถ้าโป๊ะเชะแล้วละก็ เพลงนั้นๆ ก็จะยืนยง เคียงคู่ไปกับเทศกาล คนทุกรุ่นทุกวัยฟังแล้วถูกใจเหมือนๆ กัน

หนึ่งในเพลงง่ายที่สุดสําหรับเทศกาลคริสต์มาสมีเนื้อร้องสั้นกุด

เป็นหนึ่งในเพลงที่เก่าแก่ที่สุดเหมือนกัน

“We wish you a Merry Christmas We wish you a Merry Christmas We wish you a Merry Christmas And a Happy New Year!”

จริงๆ คือมีแค่ ๒ บรรทัด เพราะ ๓ บรรทัดแรกนั้นซ้ํากัน

ก็ซื้อๆ ง่ายๆ ตรงความหมายของเพลงตรงเป้าที่สุดแล้ว…ขอให้ สุขสันต์วันคริสต์มาสและสุขใจในปีใหม่

ส่วนเนื้อเพลงท่อนแยกที่ว่า “Good tidings to you wherever you are, Good tidings for Christmas and a Happy New Year.” นั้น นัยว่ามาเขียนเพิ่มในภายหลัง

เคยได้ยินคอรัสของเด็กอนุบาลร้องเป็นภาษาไทยว่า “ค่อให้สุข สั่นในวันคริสต์มาส ค่อให้สุขสันในวันคริสต์มาส ค่อให้สุขสันในวัน คริสต์มาสแหละซา-หวัด-ดิ์-ปี-มัย”

ได้ยินแล้วใครๆ ก็ต้องยิ้ม ยิ้มกับความน่ารักและตั้งอกตั้งใจของคน ร้องตัวเล็กๆ และยิ้มความเหน่อของเนื้อเพลง

We Wish You a Merry Christmas เป็นเพลงรุ่นโบราณ อายุ ร่วม ๔๐๐ ปี เพราะตามที่นักประวัติศาสตร์ดนตรีเขาสืบสาวขึ้นไป คน อังกฤษร้องเพลงนี้มาตั้งแต่ศตวรรษที่ ๑๖

ชนิดว่าไม่ต้องแปลกใจเลย หากมหากวีวิลเลี่ยม เช็กสเปียร์ (ค.ศ. ๑๕๖๔-๑๖๑๖) เคยร้องเพลงนี้ร่วมกับพรรคพวกเพื่อนฝูงมาก่อน

เทียบอย่างไทยๆ ก็ต้องว่า ฝรั่งอังกฤษร้องเพลง We Wish You a Merry Christmas มาตั้งแต่คนไทยเรายังมีเมืองหลวงชื่ออยุธยา (อยุธยา แตก ค.ศ.๑๗๖๗ หรือ พ.ศ.๒๓๑๐)

ในครั้งโบราณ อังกฤษมีคนกลุ่มหนึ่งที่เรียกกันง่ายๆ ว่าพวก Waits เพลงคริสต์มาส

เพลงคริสต์มาส

As for the songs that are still two in number, such as White Christmas, Silver Bells, Christmas Song, Santa Claus is Coming to Town, etc., as well as the Spanish language of disabled artist Feliz Navidad, Jose Feliciano has no enduringly popular hits. How many songs despite the effort Authored many But then it all disappeared

He said that Christmas songs must have their own soul to touch the hearts of their listeners. Probably the easiest song The author has no knowledge of Music, or even doesn’t exist But if the lampshade and then that song will endure alongside the festival People of all ages and listen alike.

ขอบคุณรูปภาพจาก Google

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ ที่นี่

บทประพันธ์เพลง Carol of the Drum

ในช่วงแรกคุณแคทเธอรีน เชื่อเพลงว่า (Carol of the Durn แต่งงา เปลี่ยนเป็น ‘This Little DruITT Boy) ในช่วงที่เริ่มเป็นที่นิยม เพราะ ใครๆ ฟังแล้วก็นึกรักนักตีกลองตัวน้อยที่เพลงกล่าวถึงทั้งสิ้น

ว่ากันว่าคุณ แคทเธอรีน อาจได้ความคิดนี้มาจากเรื่องราวของ The Jugglor of Notry DaIT19 ที่ชาวฝรั่งเศได้ยินกันมาร่วมง 20 ปี

uggar หรือ jonglour ในภาษาฝรั่งเศสนั้น คือนักแสดงที่เชี่ยวชาญ ในการโยน รับวัตถุต่างๆ เช่น ลูกบอล ห่วง ขวดแก้ว ฯลฯ ส่วนใหญ่มัก แสดงตามข้างถนนหรือในคณะละครสัตว์ จะครเร

ตามประวัตินั้น พวก “นักเลอร์ มีมารวมพันปีแล้ว ในช่วงแรกๆ ผู้ คนในยุโรปอีกว่าพวกนี้เป็นชนชั้นต่า ได้เกียรติ ไม่ต่างจากที่บ้านเราเคย ดูถูกพวก “เต้นกินรากิน!

นอกจาก แคทเธอรีน จะตระเวนแสดงไปตามที่ต่างๆ แล้ว สถานที่หนึ่งที่พวกนี้ นิยมไปแสดงคือหน้าโบสถ์ เพราะคนที่ไปโบสถ์จะมีจิตศรัทธาอยากทําบุญ สุนทานอยู่แล้ว เมื่อเห็นคนยากจนเปิดการแสดงอยู่ริมถนน จะอยากดู หรือไม่อยากก็อดใยนสตางค์ให้บ้างไม่ได้ คล้ายๆ กับคนไทยชอบให้สตางค์ ขอทานในบริเวณวัด

ในปารีสมีใบส) Notro Darns de Paris ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรม งดงามรูปแบบกอธิค สร้างขึ้นเพื่อบูชาพระแม่มารีพระมารดาของพระเยซู

Notre Dar00 ในภาษาฝรั่งเศส แปลเป็นอังกฤษว่า our lady

ในเรื่องเล่าเก่าแก่ที่ว่า “จักเลอร์ ผู้ยากจน ไม่มีอะไรจะถวาย จึงตั้ง อกตั้งใจแสดงการโยน รับวัตถุอย่างเต็มฝีมือเพื่อถวายหน้ารูปปั้นพระแม่

เรื่องราวแห่งความศรัทธานี้ เคยมีผู้นําไปทําละครโอเปร่าเมื่อต้นๆ ศตวรรษที่ ๒๐ หรือกว่าร้อยปีมาแล้ว และยังมีการจัดแสดง The Juggler of Notre Dang ให้คนชมอยู่เป็นครั้งคราวจนทุกวันนี้ นอกจากจะมี คนเตรีไพเราะแล้ว ยังมีการแสดงของ “จักเลอร์” และการแสดงข้างถนน

แคทเธอรีน

At first, Catherine believed the song (Carol of the Durn changed to ‘This Little DruITT Boy)’ when it became popular because everyone listened to it and loved the little drummer the song said. To total

It is said that Catherine may have come to this idea from the story of The Jugglor of Notry DaIT19, which the French people have heard for 20 years.

uggar or jonglour in French Is an actor who specializes in throwing objects such as balls, hoops, glass bottles, etc. Most of them are performed on the streets or in a circus.

ขอบคุณรูปภาพจาก Google

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ ที่นี่

ผู้ขับร้องเพลง Silent Night

ในครั้งนั้นทุกประเทศในทวีปยุโรปล้วนใส่ เนื้อร้องภาษา ตนลงใน ทํานองอันไพเราะของ Sle Nacht ทั้งนั้น อังกฤษเป็น Silent Night ฝรั่งเศส เป็น Douce nuit อิตาเลียนเป็น Bianco Nata ฯลฯ

มีเรื่องเล่าว่าในสมัยสงครามโลกครั้งที่ ๑ (ค.ศ.๑๙๑๔-๑๙๐๔) ทหารที่สู้กันอยู่ในยุโรป ตกอยู่ในสภาพของสงครามสนามเพลาะ หรือ Trench Warfare ที่ต่างฝ่ายต่างต้องหมกตัวอยู่ใน “ท้องร่อง ขนาดยาว เหยียดที่ขุดไว้ โดยมีพื้นที่ตรงกลางที่เรียกว่า no-man’s land ใครขยับ จะบุกก็ต้องผ่านพื้นที่นรกแห่งนี้ เพราะอีกฝ่ายหนึ่งจ้องยิงอยู่

บางครั้ง no-man’s land ก็ใกล้กันนิดเดียว ขนาดที่ต่างฝ่ายแทบ จะได้ยินเสียงกัน หรือแม้กระทั่งได้กลิ่นอาหาร

แต่ เนื้อร้องภาษา ส่วนใหญ่แล้วทหารทั้งสองฝ่ายต้องหดหัวอยู่ในหลุม เหมือนเต่า ที่หดหัวในกระดอง ต้องทนแดด ทนฝน ทนลม แช่อยู่ในสนามเพลาะเจ้า กรรมนี้เป็นปีๆ ที่เจ็บป่วย ตายไปก็นับไม่ถ้วน (เกือบถ้วนเหมือนกัน เพราะเมื่อสิ้นสุดสงครามยอดการตายของทหารทกุฝ่ายรวมกันได้เกือบ10ล้านคน)

เนื้อร้องภาษา

At that time, all European countries put Their lyrics are written in Sle Nacht’s beautiful melodies. English is Silent Night, French is Douce nuit, Italian is Bianco Nata etc.

There is a story that in the period of World War I (1914-1990), soldiers fighting in Europe In a trench warfare, or Trench Warfare, each side must be immersed in the “long ditches dug up. There is a middle area called no-man’s land. Anyone who moves will have to go through this hell area. Because the other person was staring at him

But the lyrics In most cases, soldiers on both sides had to head in the hole, like a turtle that shrinks its head in a carapace. It must endure the sun, endure the rain, endure the wind immersed in the trenches. This karma is countless years in which illness has died. (Almost thorough too Because at the end of the war, the deaths of nearly 10 million soldiers combined

ขอบคุณรูปภาพจาก Google

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ ที่นี่

วงดนตรี เออร์วิง เบอร์ลิน

เขาตั้งชื่อตัวเองใหม่ว่า “ เออร์วิง เบอร์ลิน ” และจากวันนั้นตราบ จนวันตาย เขาแต่งเพลงไว้นับพันเพลง หลายร้อยเพลงเป็นเพลงฮิต เขา จึงได้รับการยกย่องว่าเป็น “บิดาแห่งเพลงป๊อปของอเมริกา” ทั้งๆ ที่ด้อย การศึกษา ไม่เคยเรียนดนตรี อ่านโน้ตไม่ออก และเล่นดนตรีไม่เป็น

ตราบจนทุกวันนี้มีศิลปินบันทึกแผ่น White Christmas ไปแล้วรวม กว่า ๕๐๐ ราย แต่ผู้ที่ขับร้อง White Christmas เป็นคนแรกคือนักร้อง ยิ่งใหญ่สมัยคุณปู่-คุณทวดที่ชื่อว่า Bing Crosby เฉพาะเวอร์ชั่นของคุณ ทวดบึงก็ขายไปรวม ๓๐ ล้านแผ่น (คุณทวดมีเพลงอันดับ ๑ มากกว่า เดอะบีเทิลส์ทั้งคณะ)

ใน ค.ศ.๑๙๔๒ White Christmas คว้ารางวัลออสการ์ในฐานะ เพลงยอดเยี่ยมไปโดยไม่มีข้อกังขา

บริษัทพาราเม้าท์ผู้สร้าง ร่ํารวยจากหนังเรื่องนี้จนต้องสร้างตอนที่ ๒ ที่ชื่อว่า White Christmas ตามชื่อเพลงออกมาอีก

คนปูยิง ครอสคนร้อง คุณทวดเออร์วิ่งผู้ประพันธ์ก็รวยจากเพลงนี้ เพลงเดียวมากมายเกินกว่าที่คนธรรมดาจะหาได้ทั้งชีวิต

นักธุรกิจอเมริกัน ๒ คนจากเมืองเมมฟิสก็พลอยรวยจากความ ดังของ White Christmas ไปด้วย เพราะเอาชื่อหนัง “Holiday Inn ไป ตั้งเป็นชื่อโรงแรมเล็กๆ ของตัว รับนักท่องเที่ยวที่เดินทางโดยรถยนต์ เป็น โรงแรมเรียบง่าย สะอาด แต่ปราศจากความฟุ่มเฟือย ราคาจึงเป็นมิตร กับกระเป๋าสตางค์ ชาวบ้านมะกันถูกใจมาก พากันไปอุดหนุน โรงแรม เล็กๆ นี้จึงเติบโตขึ้นเป็นโรงแรมที่มีเครือข่ายใหญ่โตที่สุดในโลกแห่งหนึ่ง

เพลงง่ายๆ ไม่ซับซ้อน มีโน้ตเพียง ๖๗ ตัว เนื้อร้องเพียง ๕๔ คํา แต่อะไรๆ ที่เกี่ยวข้องกับ White Christmas ดูจะสดชื่นและเป็นมงคลไป หมดกับทุกคนในแวดวง จึงอยากให้มงคลของเกล็ดหิมะจาก White Christmas โปรยปรายมาให้คุณผู้อ่านมีความสุขไปด้วย เออร์วิง เบอร์ลิน

เออร์วิง เบอร์ลิน

He named himself “Irving Berlin” and from that day until his death he composed thousands of songs. Hundreds of songs are popular songs, so he is regarded as “The father of American pop music” despite the lack of education, never studied music. Cannot read notes And can’t play music

To this day, more than 500 artists have recorded White Christmas discs, but the first person to sing White Christmas is a singer. Grandfather Grandfather – Great-Grandfather, named Bing Crosby. Only for your version. Thuat Bueng has sold 30 million copies (Thu Thuat has the number 1 song more than the whole Beatles group)

ขอบคุณรูปภาพจาก Google

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ ที่นี่

เพลงสุดฮิต“History makes songs.”

“History makes songs.”

ประวัติศาสตร์ ทําให้เพลงเป็นตัวตนขึ้นมา คุณ Irving Berlin ซึ่งประพันธ์ทั้งเนื้อและทํานองเองเคยให้ข้อสังเกตไว้

ตัวคุณเออร์วิง เบอร์ลินเป็นส่วนสําคัญของประวัติศาสตร์ที่ว่า เขา เขียนเพลงคริสต์มาสที่ยิ่งใหญ่ แต่ตัวเขาไม่ใช่คริสเตียน หากเป็นยิวที่ อาศัยอยู่ในนิวยอร์ก เมืองที่การฉลองคริสต์มาสนั้นยิ่งใหญ่มานานนับร้อย

ประวัติศาสตร์ ในวัยเด็กตัวคุณเบอร์ลินเคยมีความรู้สึกเป็น “คนนอก” เมื่อคริสต์ ศาสนิกชนในนิวยอร์กเขาฉลองคริสต์มาสกัน ทั้งๆ ที่ชาวยิวเองก็มีการ ฉลองในเวลาใกล้เคียง แต่ก็ไม่แจ่มใสครื้นเครงเหมือนวิธีของชาวคริสต์ ในสหรัฐ ต่อเมื่อครอบครัวของเพื่อนซึ่งเป็นคริสต์ไอริชเชิญไปร่วมฉลอง เด็กชายอิซซี (ชื่อเล่น) จึงประทับใจกับคริสต์มาสอย่างไม่รู้ลืม

เออร์วิง เบอร์ลิน (ค.ศ.๑๘๕๕-๑๙๕๙) มีชื่อจริงที่แสดงความเป็น เชื้อสายยิวแจ่มชัดว่า Israel Baline เขาเกิดในดินแดนของรัสเซีย รัชสมัย พระเจ้าซาร์นิโคลัสที่ ๒ ซึ่งเป็นกษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่และร่ํารวยที่สุดในโลก ยุคนั้น ซาร์ทรงชิงชังยิวเป็นอย่างยิ่ง และโปรดให้มีมาตรการที่เรียกว่า

p0grom” ซึ่งมุ่งทําลายล้างเผ่าพันธุ์ยิวมาหลายสิบปีก่อนที่เหล่านาซี เยอรมันจะทําอย่างเดียวกันในสงครามโลกครั้งที่ ๒

เมื่อเด็กชายอิชซีอายุได้เพียง ๔ ขวบ ทหารคอร์แซคของพระเจ้า ซาร์เข้าเผาทําลายหมู่บ้านของเขา อิซซี่จําได้เพียงว่าแม่เอาผ้าห่มห่อตัวเขา ไว้ในขณะที่ทุกคนต้องจับเจ่าดูหมู่บ้านไหม้จนไม่เหลือหลอ เพราะทหาร

ประวัติศาสตร์

Yourself, Irving Berlin is an important part of history that he wrote great Christmas songs. But he is not a Christian If being a Jew who Live in new york The city that celebrated Christmas was great for hundreds.

History In his childhood, Berlin used to feel “outsider” when the Christians in New York celebrated Christmas despite the fact that Jews themselves had Celebrating at a nearby time But not as cheerful as the Christian way in the United States, when the family of friends, who are Irish Christians, invite to celebrate the boy, Izzy (nickname), so impressed with Christmas unforgettable.

Irving Berlin (1855-1959) has a real name that shows Jewish descent is clear that Israel Baline was born in the territory of Russia during the reign of Tsar Nicholas II, the greatest and richest king in the world at that time. And please have measures called

ขอบคุณรูปภาพจาก Google

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ ที่นี่

เพลงขายดีที่สุดในโลก WHITE CHRISTMAS

เพลงขายดีที่สุดในโลก

ไม่ได้พูดเล่นเลย ไม่มีเพลงใดในโลกที่จะขายดีไปกว่า White Chrstmas อีกแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเพลงแบบไหน รุ่นใหนของใครทั้งนั้น

ทุกวันนี้ White Chกstmas ยังยืนอยู่บนยอดเรตติ้ง เพลงขายดีที่สุดในโลก ราวกับเป็น ดวงดาวที่ประดับอยู่บนยอดต้นคริสต์มาส

แม้จะมีผู้พยายามยกให้ Candle เก the Wind ของ Elton John ขึ้นมาเทียบเทียม แต่เมื่อนับรวมยอดขายของ Whites Constกางๆ หลาย ปีก่อนที่จะมีการเก็บตัวเลขการจําหน่ายอย่างเป็นทางการ เทียนในสายลม ของเอลตัน จอห์นก็หรี่แสงไป

๗๐ กว่าปีมาแล้ว (ค.ศ. ๑๘๙๔๒) ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ ๒ ภาพ ยนตร์เพลงเรื่อง Holiday Inn ออกฉายที่สหรัฐ เพลง White Chnstmas จากหนังเรื่องนี้เริ่มฮิตทันทีทั้งๆ ที่เป็นเดือนสิงหาคม ขึ้นอันดับ ๑ ในเดือน ตุลาคม ทั้งที่คริสต์มาสยังอยู่ไกลนัก แถมยังฮิตไปเรื่อยๆ จนถึงคริสต์มาส ข้ามไปปีใหม่

จากนั้นก็ติดอันดับสูงๆ ในช่วงคริสเต็มาทุกปี 1คนจะลับมาขึ้น อันดับ ๑ ใหม่ใน ค.ศ. ๑ ๑/ar 8 และ 4) 4/a ) เป็นอะไรที่ไม่เคยมีเพลงใด ทําได้ทั้งก่อนและหลัง พูดง่ายๆ คือ ไม่มีเพลงใดสามารถขึ้นอันดับ ซ้ําแล้วซ้ําอีกได้เหมือน White Christina

และแม้จะเป็นเครื่องหมายของเทศกาลคริสต์มาสแล้ว นอกจาก คําว่า Christmas เนื้อเพลงของ While Christmas ไม่พูดถึงศาสนาคริ เอ่ยถึงแต่ความรู้สึกของฝรั่งที่ใฝ่ฝันอยากจะกลับไปเห็นคริสต์มาส ที่เคยรู้จัก ยอดไม้ที่ระยิบระยับ เด็กๆ ที่เกี่ยหูคอยฟังเสียงกระดิ่ง เลือนกลางหิมะ

ว่ากันว่า แค่ได้ยิน I’m dreaming of a white christmas..ทหาร หนุ่มน้อยบางคนก็น้ําตาร่วงลงบนยูนิฟอร์ม ส่วนที่กร้านสงครามหน่อยก็ได้ แต่เก็บน้ําตาไว้ในหัวใจ-แต่เจ็บลึกกว่าปล่อยให้ไหลออกมาเป็นไหนๆ

แต่แม้ผู้ที่ไม่คุ้นเคยกับหิมะก็ยังมีสิทธิคิดถึงบ้านและหวังที่จะมีความ สุขในเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่ได้เท่าๆ กัน ความอ่อนหวานไพเราะ ของ White Christmas จึงจับใจคนฟังได้เสมอ ไม่ว่าจะอยู่ส่วนใดของ

เพลงขายดีที่สุดในโลก

“I’m dreaming of a white christmas Just like the ones I used to know Where the treetops glisten and children listen To hear sleigh bells in the snow…”

Not joking There is no song in the world that is selling better than White Chrstmas, no matter what the song is. Which version of anyone

Although someone tried to bring the candle to the Wind of Elton John to be compared. But when the sales of Whites Const were spreading for many years before the official sales figures were collected, the candles in Elton John’s wind were dimmed.

ขอบคุณรูปภาพจาก Google

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ ที่นี่

เพลงเทศกาล คริสต์มาส

คริสต์มาส

คริสต์มาส เวลาผ่านไปกว่าร้อยปี แต่ Jingle Bells ยังติดอันดับเพลงที่คนรู้จัก มากที่สุดในโลกเสมอ

เมื่อถึงเทศกาล คริสต์มาส ทีไรเสียงกรุ๊งกริ่งของจิงเกิลแบลส์ ก็มัก จะมาก่อนเพลงอื่นทุกทีไป จะเรียกว่าเป็น “เพลงคริสต์มาส” ที่คนนิยม มากที่สุดในโลกก็คงไม่ผิด

ท่วงทํานองเพลง คริสต์มาส  จําง่าย เพราะสนุก คึกคัก น่ารัก แค่ได้ยินก็ชวน ยิ้มแล้ว เนื้อเพลงก็ไม่เหนือบ่ากว่าแรงที่จะหัดร้องและจํา

โดยเฉพาะท่อน แยกที่ว่า “Jingle bels, jingle bells, jingle all the way.” นั้น ต่อให้ เด็กตัวนิดๆ ไม่ว่าจะเป็นชาติไหน มักจะร้องตามได้เสมอ

ครูที่สอนเพลงนี้ มักจะสอนภาษาอังกฤษให้เด็กๆ ด้วยว่า คําว่า bells นั้นแปลว่า ระฆัง หรือกระดิ่ง หรือกระพรวน ก็ได้ ส่วน jingle แปลว่า เสียงกรุ๊งกริง คล้ายๆ กับคําว่า jangle แต่คําหลังเป็นเสียงโลหะ กระทบกันอย่างไม่ค่อยน่าฟัง ในสมัยต่อมา คําว่า jingle มีความหมายถึง เพลงโฆษณาสั้นๆ อีกด้วย

คนช่างเก็บสถิติเขาก็บอกว่า Jingle Bells เป็นเพลงที่มีผู้นําไปใส่คริสต์มาส

More than a hundred years have passed, but Jingle Bells still ranks the songs that people know. Most always in the world

When it comes to Christmas, the jingle bells ringing often come before other songs. Would be called as “Christmas songs” that are most popular in the world would not be wrong.

The melody is easy to remember because it is fun, energetic, cute, just to hear and to smile. The lyrics are not over the strength to learn to sing and remember, especially the separating part

, “Jingle bels, jingle bells, jingle all the way.” Even if a little kid, regardless of nationality Always can sing along

The teacher who taught this song Tend to teach English to children that the word bells means bells or bells or bells. Jingle means the ringing sound similar to the word jangle, but the latter

word is a metal sound. Impacted not to be heard in later times. The word jingle means Also a short advertisement song

The mechanic kept the statistics. He said that Jingle Bells is a song that has been put on.

ขอบคุณรูปภาพจาก Google

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ ที่นี่