เพลงเพื่อจิตวิญญาณ AMAZING GRACE

AMAZING GRACE เพลงเพื่อจิตวิญญาณ
และการเลิกทาส แผลจังตหนำที่คร
Amazing Grace เป็นหนึ่งในเพลงศาสนาที่ดังมานับร้อยปีคว่วาม
คนสมัยใหม่นำมาใช้เป็นเพลงโฆษณารถยนต์และสินคอื่นๆ อีก
ฟัง แถมยังไม่ต้องเสียค่าลิขสิทธิ์
หลายอย่าง ด้วยมีท่วงทำนองไพเร
เพราะเป็นเพลงเก่าที่มีมาก่อนกฎหมายลิขสิทธิ์จะเกิดด้วยซ้ำมน
นลแมปในลิกลลินคนมก็นอห
ของดี…ที่ฟรีนั่นไง นอก
ทำนองเพลงนี้มาจากไหนไม่มีใครทราบแน่นอน ฝรั่งเดาๆ กันว่าอาจ
เป็นเพลงเก่าแก่ของสก๊อต หรือเพลงของทาสผิวดำ
แต่คนที่ใส่เนื้อร้องลงในทำนองแสนไพเราะนี้ คือสาธุคุณจอห์น
นิวตัน ซึงเป็นนักบวชซาวอังกฤษ
นอกจากจะไสเนื้อร้องแล้ว ท่นอาจจะปรับปรุงทำนองบ้างเล็กๆ
จะเป็นมิตรรักนักเพลงเอาการอยู่ มีเพลงสวดสรรเสริญ
น้อยๆ เพราะดูท่วจะเป็นมี
พระเจ้า (hym) หลายเพลงซึ่งเป็นผลงานของทน
ท่านสาธุคุณจอหนกิดเมื่อ ค.ศ.๑๗อ๕ เป็นบุตรของนักเดินเรือ มี
มารดาเป็นคนที่เคร่งครัดในศาสนา แต่เธอด่วนเสียชีวิตไปตั้งแต่ลูกชาย
ยังตัวเล็กๆ เพลงเพื่อจิตวิญญาณ

AMAZING GRACE song for the soul
 And the abolition of slavery Wound
 Amazing Grace is one of religious music that has been famous for hundreds of years.
 Modern people use it as music, advertisements, cars and other goods.
 Listen and also do not have to pay royalties.
 Many with pire melodies
 Because it is an old song that existed before the copyright law would even occur
 The map in Liglin, the people of England
 Good things … that’s free. Outside.
 Where does this melody come from? Nobody knows for sure. Westerners might guess that
 It’s an old Scottish song. Or songs of black slaves
 But those who put the lyrics in this beautiful melody Is Reverend John
 Newton, who was a British soundtrack
 In addition to shaking the lyrics You may have made some minor adjustments.
 Be friendly, love the musician. With hymns
 Little because it looks like there is
 God (hym) many songs which are the works of Bear
 Reverend Janchanakit, 1774 is the son of a navigator.
 Mother is a religious person. But she urgently died since the son
 Still small

ขอบคุณรูปภาพจาก Google

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ ที่นี่

ประเทศลาวเคยยืมเพลงAuld Lang Syne ไปใส่เพลงชาติ

อย่าง ประเทศลาว ในสมัยก่อน เคยขอยืม Auld Lang Syne ไปใส่
เนื้อร้อง ทำเป็นเพลงชาติ ปลุกความรู้สึกรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ คล้ายกัน
กับของเรา มีท่อนแรกว่า
“ชาคลาวตั้งแต่เดิมมา
ขึ้นชื่อลือชาอยู่ในอาชี
ชาวลาผูกพันไมตรี
ฮ่วมสามักดีฮักห่อโฮมกัน
แต่ทุกวันนี้ ประเทศลาว ‘สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว’ มีเพลงชาติ
ใหม่แล้ว ทำนองเพลง Auld Lang Syne จึงเป็นแค่อดีต เหมือนความ
หมายของชื่อเพลงในภาษาสก๊อต ซึ่งแปลเป็นภาษาอังกฤษตรงๆ ว่า “od
long sine’ หรือแปลอีกที่ได้ว่า oทg ล9๐’ หรือ ‘นานมาแล้ว’ นั่นเอง
ใครอยากฟังเพลงชาติลาวแบบใหม่ซึ่งนุ่มนวลน่ารักเหมือนนิสัย
คนลาว ก็เข้าไปฟังในยูทูปได้
ไม่ใช่แต่ลาวเท่านั้น Aegukga เพลงชาติเก่าแก่ของเกาหลี (ก่อน
จะแยกออกเป็นเหนือและใต้) ก็เคยใช้ทำนอง Auld Lang Syne เหมือน
กัน และมาเปลี่ยนเป็นทำนองโดยฝีมือชาวเกาหลีเองในตอนหลังใใ
ชาวเกาะมัลดีฟส์ก็เคยใช้ทำนอง Auld Lang Syne เป็นเพลงชาติ
เช่นเดียวกัน แต่ทุกวันนี้เปลี่ยนไปใช้เพลงชาติใหม่ชื่อ Gaumee Lava
แทนเรียบร้อยแล้ว
Auld Lang Syne ในภาษาจีนเป็นเพลงโหยวอี้ตี้จิ๋วเทียนชาง
成益地久天人) ที่ในกูเกิลแปลว่า มิตรภาพชั่วกัลปาวสาน’ หรือ Friend
ship Forever พวกนักเรียนในจีนใช้ร้องร่วมกันในโอกาสต่างๆ รวมทั้ง
ร้องให้ให้เพื่อนที่จากไปด้วย
ส่วนญี่ปุ่นซึ่งได้ชื่อว่ามีระบบการศึกษาที่ซัมงวดเป็นระดับตันไ
ของโลก นำทำนอง Aud Lang Syne ไปใส่เนื้อร้องที่บรยายความทุกชื่

In Laos, in the past I borrowed Auld Lang Syne.
 The lyrics are made into national songs. Awaken a sense of patriotism to the monarchy
 And ours has the first part that
 “Chak Laos from the beginning
 Famed in the Archite
 The donkey’s relationship is good.
 Huam Sa is always good.
 But today, Laos ‘Lao People’s Democratic Republic’ has a national anthem.
 New, the Auld Lang Syne melody is just past, like
 Meaning of song names in Scottish language Which is directly translated into English as “od

 long sine ‘or more meaning, o g l 900’ or ‘a long time ago’
 Who wants to listen to the new Laos national anthem, which is gentle, cute, like a habit.
 Lao people can listen to YouTube.
 Not only Laos, Aegukga, the old Korean national anthem (before
 Will split north and south) also used Auld Lang Syne like
 Together and come to change to melodies by Korean craftsmen later
 Maldives people have used Auld Lang Syne as a national anthem.
 Likewise, but today they have changed to a new national song called Gaumee Lava.
 Already replaced

ขอบคุณรูปภาพจาก Google

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ ที่นี่

ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ Aud Lang Syne

ส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่

ร่วมกันร้องประสานเสียง Aud Lang Syne ในคืน ส่งท้ายปีเก่า
ต้อนรับปีใหม่ของทุกปื
งนนื้อเมริกันเป็นนแบบ แต่วงดนตที่บรรเลงเพลงนี้ตอนเที่ยง
คืนส่งปีกต่อปีใหม่ในนิวยอร์กนั้น เป็นวงแคนาเดียนอเมริกันของคุณ
Guy Lombardo
ในสมัยเมื่อร่วมๆ ๙๐ ปีมาแล้ว วงดนตรีแบบบิ๊กแบนต์ในสหรัฐ
จะมีแบบสวีตกับสวิง วงคุณคาย ลอมบาร์โดเป็นวงสวีต วานหวาน คน
รุ่นคุณทวดยังเด็กชอบกันมาก ขนาดคุณทวดหลุยส์ อาร์มสตรอง ปีะป
ของชาวแจ๊ชยังหลงรักวงคุณคาย
ครั้งนั้นโทรทัศน์ยังไม่เกิด วิทยุยังเป็นของใหม่ วงดนตรีต่างๆ ได
ไปแสดงสดเพื่อถ่ยทอดไปให้คนฟังทั่วสหรัฐ ยิ่งคืนส่งท้ายปีเก่าต้อนรับ
ปีใหม่ วงดังๆ ต้องไปประชันกันให้สนั่น
ใน ค.ศ.๑๙๒๙ ที่ไทม์สแคว์ นิวยอร์ก คุณคายเริ่มให้วงบรรเลง
เพลง Auld Lang Syne ตอนเที่ยงคืน เพื่อเป็นเครื่องหมายให้วงอื่นมา
รับช่วงต่อ แต่ปรากฏว่าคนชอบกันมาก ต่อมาวงกาย ลอมบาร์โคจึงเล่น
เพลงนี้ทุกปีตอนเที่ยงคืน
ตราบถึงปัจจุบัน คุณคาย ลอมบาร์โดจากไปแสนนานแล้ว แต่ทุก
ปีใหม่ที่ไทม์สแคว์ก็ยังเปิด Aud Lang Syne จากวงของคุณคายซึ่ง
บันทึกเอาไว้ กลายเป็นเครื่องหมาย ความประทับใจอันเปลี่ยนแปลง
มิได้’ ของคืนปีใหม่ไปแล้ว
Auld Lang Syne ฟีเวอร์ในคืนส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ติดต่อ
กันไปทั่ว ถึงเที่ยงคืนเกือบทุกประเทศก็พากันบรรเลงผลงนี้ คนสก็อต
เขาภาคภูมิใจน้หนา ที่สมบัติของชาติชากลายเป็นสมบัติที่ได้แบ่งปัน
กันทั้งโลก
dininon nevenoy oire
แต่ไม่ใช่เฉพาะคืนปีใหม่เท่านั้นหรอก…
หลายชาติที่ ขอยืม’ ทำนอง Aud Lang Syกe ไปใช้ ก็มักเขียน
นื้อร้องใหม่ในภาษาของตนให้ถูกใจตัวเอง

Join the Aud Lang Syne Chorus on New Year’s Eve.
 Welcoming the new year of every year
 Americans are like But the band that played this song at noon
 Returning wings to New Year in New York Is your American Canadian band.
 Guy Lombardo
 In the past 90 years, big band bands in the United States
 Will have a suite like Swing and Khai Lombardo
 Your great-grandchildren are still young. The size of your great-grandfather, Louis Armstrong, year
 Of the beats still fall in love with Khun Khai band
 At that time, television was not born. Radio is still new, various bands
 Go live to broadcast to listeners throughout the United States. The more New Year’s Eve nights are welcomed.
 New Year, famous bands have to compete together
 In 1929 at Times Square, New York, Khun Khai began playing with the band.

ขอบคุณรูปภาพจาก Google

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ ที่นี่

เพลงสามัคคีชุมนุม

เจ้าพระยาพระเสด็จสุเรนทราธิบดี(หม่อมราชวงศ์เปีย มาลากุล พ.ศ.๒e๑0-๒๔๕๙) นักการศึกษา นักคิด นักพูด และนักปกครองคนสำคัญของเมืองไทยในอดีต ได้ขอยืมทำนองของ Auld Lang Syne มา
ใสเนื้อร้องไทยเป็นเพลง สามัคคีชุมนุม ที่เหล่าลูกเสือไทยมักเปลี่ยนชื่อ
ให้ใหม่เป็นเพลง ‘พวกเราเหล่ามาชุมนุม ตามเนื้อร้องของเพลงไงล่ะ

ท่านเจ้าคุณฯ เคยเป็นพระพี่เลี้ยงหรือที่เรียกว่า ‘พระอภิบาล’ ของ
พระจ้อยู่หัวรัชาลที่ ๖ เมื่อครั้งเสด็จฯ ไปทรงศึกษา ณ ประเทศอังกฤษ
(ขณะนั้นยังทรงดำรงพระอิสริยยศเป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยาม
มกุฎราชกุมาร) ทำให้อดเดาไปไม่ได้ว่าท่นเจ้าคุณฯ คงมีโอกาสได้ยินเพลง
Auld Lang Syne ของสก๊อตตั้งแต่ครั้งนั้น แล้วคงชอบมากจนนำมาใส่
เนื้อร้องภาษาไทยให้ชาวสยามได้ร้องกัน
เนือร้อง Auld Lang Syne ฉบบสก๊อตที่คน
สรุปสั้นๆ ความหมายของเพลงคือ…อย่าลืมวันเวลาเก่าๆ และมิตรสหาย
จักกันมาเนิ่นนาน เป็นเพลงที่เน้นเรื่องมิตรภาพเก่าแก่มากกว่า
อื่นใด แต่ สามัคคีชุมนุม ของท่านเจ้าคุณฯ เน้นที่ความสมัคคี และ
ความรักและกตัญญูในชาติ ศสน์ กษัตริย์รวมทั้งการฉลองพระเดช
พระคุณและทำทุกสิ่งที่ ‘พระจอมสยาม’ มีพระราชประสงค์ด้วย

Chao Phraya Phra Somdej Suntharathibadi (Mom Rajawongse Pia Malakul, 2e110-1949), educator, thinker, speaker and important figure ruler of Thailand in the past Borrowed the Auld Lang Syne melody
  Clear Thai lyrics as songs ‘Unity rally’ that Thai Scouts often change their name to
  Make it new as a song ‘We all come together According to the lyrics of the song

Than Chao Khun, used to be a mentor, also known as ‘pastoral care’ of
 His Royal Highness Princess Chulalongkorn 6 when traveling to study in England.
 (At that time, still holding the title of the Crown Prince.
 The Crown Prince) makes it impossible to guess that you. Have a chance to hear music
 Auld Lang Syne of Scotland since that time And like it so much that it is put in


 Thai lyrics for Siamese people to sing
 Auld Lang Syne Directory, Scottish People
 In short, the meaning of the song is … Do not forget the old days and friends.
 Will come together for a long time It’s a song that focuses on old friendship.
 Any other but the ‘Unity Gathering’ of the Prince Emphasizing the application and
 Love and gratitude in the life of the King including celebrations
 Grace and do all that ‘Phra Chom Siam’ has a royal wish as well.

ขอบคุณรูปภาพจาก Google

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ ที่นี่

ทำไมท่านเบิร์นจึงเกลียดอาชีพทำไร่

เพราะความเป็นกวีนี่เอง ท่านเบิร์นส์จึงเกลียดชัง อาชีพทำไร่ ไม่ลืมเลือน
แลัวอย่างนี้ทนเบิร์นส์จะไปทำเพาะปลูกอะไรกิน ถางหญ้าก็คง
สงสารหญ้า ฆ่าแมลงก็คงน้ำตากระเด็น ไม่ต้องสงสัยว่าทำไม อาชีพทำไร่ นาสาโท
จึงไม่จำเริญรุ่งเรื่อง
ความจริงการเป็นกวีของท่านเบิร์นส์ ก็ทำรายได้ให้พอสมควร แต
หลายครั้งก็เขียนแล้วลืมซุกไว้ตรงโน้นบ้างตรงนี้บ้าง บางครั้งก็ไม่รับเงิน
ค่าเขียนเสียเฉยๆ เพราะเขียนด้วยเอาบันเทิงหรือเป็นความชื่นใจส่วนตัว
ไม่ได้งกหรือเห็นแก่เงินอย่างที่ชาวสก๊อตสวนใหญ่ถูกฝรั่งด้วยกันกล่าว
หาเลย


เมื่อครั้งที่ช่วยนักเพลงเก่าอีก ๒ คน คือ James Johnson และ
George Thomson ทำงานเก็บรวบรวมเพลงอย่างที่เรียกว่า Scottish
aiร ได้เป็นจำนวนมาก (ar ในที่นี้หมายถึงท่วงทำนองเพลง ไม่ใช่อากาศ)
แล้วพิมพ์ไว้ราวกับเป็นไอเอสซองฮิตส์ฉบับสก๊อต เขาก็ไม่รับเงินเหมือนกัน
บอกว่าทำเพื่อสก็อตแลนด์ เป็นงานหนักที่ทำด้วยความรัก…และผูกพัน
พูดสำนวนกวีว่าเป็น ‘abour of love’


ในเมื่อเป็นเสียเช่นนี้ ก็พอจะเดาได้ว่า เมื่อครั้งยังมีชีวิตอยู่ ท่าน
เบิร็นสไมใช่คนร่ำวย ติดจะกระเป๋แห้ง เช้ชุดดีกับความเป็นกวีเสียนี่
กะไร ส่วนลูกเมียจะหน้ำแห้งบ้งนั้น ถือว่าเป็นกรรมที่กิดมาเป็นลูก
เป็นมียของกวิ ยิ่งเมื่อตัวก่นเบิร์นส์จากไปเสียตั้งแต่ยังอยู่ในวัยหนุ่ม
แน่นอายุเพียง ๓๗ปี ยิ่งเป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้ คนที่อยู่ข้างหลังก็ได้แต่
ร้องเพลงที่ทนรวบรวมหรือแต่งไว้เป็นการปลอบใจ

Because of being a poet Burns therefore hates what he does not forget.
 Then, like this, endure burns, would probably cultivate anything to eat and clear the grass
 Pity of grass-killing insects will probably tears splashes. No wonder why the rice fields

 Therefore did not prosper in the matter
 The Truth of Burns Poetry Make enough income but
 Many times I wrote and forgot to shove there. Sometimes not accepting money
 The writing fee is just bad. Because writing with entertainment or personal pleasure

 Not bent or sake of money, as the Scottish Gardeners were said to be foreigners.
 Find it now
 When helping two other musicians, James Johnson and
 George Thomson works to collect music called Scottish

 ai get a lot (ar here means music melodies, not the weather)
 Then printed as if it were an ISS version of the Scottish Hitz He also doesn’t accept money either.
 Said that it was done for Scotland It’s hard work done with love … and commitment.

ขอบคุณรูปภาพจาก Google

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ ที่นี่

ประวัติความเป็นมาของท่านเบิร์น

ประวัติท่านเบิร์น

ประวัติท่านเบิร์น มีประวัติเป็นลูกชาวนา ท่านเบิร์นซึ่งได้รับการศึกษาเพียงภาคบังคับในสมัย
โน้น จึงกลายเป็นคนช่งอ่านช่างเรียนเหมือนพ่อ ทำให้มีความรู้กว้างขวาง
กวีนิพนธ์ของใครที่เลิศๆ วรรณคดีเอกต่างๆ เด็กชายโรเบิร์ตก็กวาดมา
อ่านหมด ในขณะเดียวกันก็มีนิสัยชอบจำนิทานพื้นบ้าน และเป็นมิตรรัก
นักเพลงอย่างแม่ เที่ยวจดเพลงและนิทานก่าแก่ของสอตมารวบรวมไว้
ที่เห็นว่าแหว่งๆ วิ่นๆ ก็แต่งเพิ่ม เติม ต่อ ให้สมบูรณ์
ชาวสก๊อตจึงถือว่าท่านเบิร์นส์เป็นคนมีบุญคุณต่อชาติยิ่งนัก ที่ไม่
ปล่อยให้เรื่องราวพื้นเมืองสูญหายละลายไปกับกระแสของเวลา จนลูก
หลานที่ตามมาโง่งมที่อมะลื่อราวกับเป็นข้าวหลามเผา หลงคิดว่าตัวเกิด
มาจากกระบอกไม้ไผ่ ไม่รู้จักโคตรเหง้าเหล่าตระกูล
รูปผู้ชายตาโตหน้าเจียมๆ ที่นำมาให้ดูตรงนี้ เป็นรูปของท่านเบิร์นส์
ดูจากหน้าก็พอจะเดาออกว่าเป็นกวี แต่หากดูแววตาก็จะเห็นว่าแอบๆ
มีอารมณ์ขันแฝงอยู่ อย่างนี้เอง บทกวีนิพนธ์ของท่านเบิร์นส์หลายบท
จึงมีอารมณ์ขันแทรก ทำให้มีสน่ห์ ไม่ใช่นิพนธ์ชนิดที่ตั้งหน้าแต่จะเพ้อฝัน
เจ็บซ้ำ หรือโศกเศร้า
“อารมณ์ขันเป็นเกราะกันทุกข์”
ด้วยอารมณ์ข้ของมนุษย์นั้น เปรียบไปเสมือนเส้นลวดแข็งแรง
ต่อให้มีความรวราน ร้วฉาน เจ็บปวดอันใดเกิดขึ้นในหัวใจ อารมณ์ขัน
สมารถจะรัดไว้ให้คงสภาพที่ค่อนขงจะสบูรณ์ ไม่แตกสลายออกเป็น
เสี่ยงๆ นานๆ เข้าก็จะช่วยให้รอยแตกร้วชื่อมเข้าด้วยกัน
เหลืออย่างมากก็แค่แผลเป็น ไม่เจ็บไม่ปวด มีประโยชน์เอาไว้ลูบ
เล่นเวลาอยู่เปล่ๆ ไม่ให้ลืมที่มาของแผลนั้น

History of Bern Have a history of being a child of a farmer Byrne, who received only compulsory education in the period
 Over there, becoming a person who reads, is like a father To have extensive knowledge

The poetry of someone who is excellent Literature The boy Robert was sweeping in.
 Read it all while also having a habit of remembering folk tales And friendly love

 Musicians like mom Touring to record the songs and the old tales of the Sorot
 Who saw that his cleft, whiter, and more complements
 The Scottish people therefore consider Burns to be a great benefactor to those who do not

 Let the lost native story dissolve with the flow of time until the children
 The nephew that followed was foolish at the immigration, like a burnt rice. Thought that he was born
 From bamboo Unknown family pedigree

A man with a big face That is brought to look here It’s a picture of Sir Burns
 Looking at the face is enough to guess that it’s a poet. But if you look into the eyes, you will see that secretly
 With this hidden sense of humor. Many of the poetry of Burns

Therefore has a sense of humor that makes him charming, not a type of thesis that fantasies but fantasies
 Repeated pain or grief
 “Humor is a shield against suffering”

ขอบคุณรูปภาพจาก Google

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ ที่นี่

ใครคือ ท่านเบิร์นส์ (Robert Burns)

ผู้รู้ฝรั่งหลายคนก็เถียงกันเองว่า ไม่ใช่ ท่านเบิร์นส์ สักหน่อยที่เขียน

อย่างน้อยบรรทัดแรกก็มีหลักฐานปรากฎอยู่นานแล้ว เพราะเป็นเพลงเก่า

แจ้งมีคนขยันนื้อเอาไว้ก่อน ท่านบิร์น สัมพียงเติมๆ ตัดๆ ต่อๆ เท่านั้น

เรื่องอย่างนี่ฟังแล้วต้องเฉยไว้ ถือว่าธุระไม่ใช่ เป็นเรื่องของฝรั่ง

เถียงกันเกียวกับผลงานของบรรพา

เข้า คนไทยเรามีสำนวนกินใจ ไม

หยาบคาย หากตรงไปตรงมาว่ ไม่ใช่โคตรพ่อโคตรแม่เรา เหมาะจะ ใช้ในที่นี่เป็นอันมาก

หากคิดไปว่ตัวท่านเบิร์นส์ กวีเอกนั้น มีชีวิตอยู่เมื่อกว่า ๒๐๐ ปี

มาแล้ว ตั้งแต่ก่อนพวกฝรังที่นังเถียงกันหนคำหน้แดงอยู่ตอนนี้จะเกิด

ก็ยิ่งเห็นว่าไม่ควรใส่ใจ เพราะหลักฐานที่นำมาอ้างกันก็ล้วนแต่เป็นมือ

สองมือสามหรอจ้ขี่ปากคนอินมาอ้างทังนัน

ถึงอย่างไรก็ดูเหมือนว่ในความรู้สึกของคนส่วนมาก ท่านเบิร์นส์

รับเครดิตในการเขียนเนื่อไปแล้วเต็มๆ เห็นเนือเพลงนี่ที่ไหนก็จะเห็นชื่อ

Robert Burns ติดไปทุกที

เพลงของโลกและของเรา ๑๑๓

Many foreigners argue among themselves that Not a bit of burns written
At least the first line has already appeared for a long time. Because it’s an old song
There is someone writing it first. You, Bernin, just add, cut, continue.
Stories like this have to be listened to. Considered business It’s a foreigner story.
Arguing about the work of the company
We have Thai idioms.
Rude if honestly said Not father, father, mother. Our mother is very suitable to be used here.
If he thought that Mr. Burns, the great poet, lived over 200 years
Since before, those who argued with the red pages now would be born
The more that I should not pay attention. Because all the evidence cited is entirely by hand
Two hands and three? Ride the mouth of the Inama.
However, it seems that in most people’s feelings, Mr Burns
Full credit for writing content When seeing this song, wherever you see its name
Robert Burns gets stuck everywhere
Songs of the World and Ours 113

ขอบคุณรูปภาพจาก Google

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ ที่นี่

ทหาร เปิด l”ll Be Home for Chistmas

ทหาร เปิด l”ll Be Home for Chistmas ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ติดต่อกันหลายเดือน
ไม่ว่าเหล่าทหารจะถือศาสนาใด ก็รับเพลงนี้ได้ เพราะนอกจากคำว่าคริสต์มาส ซึ่งหลายคนถือว่าหมายถึง เทศกาลเพลง ไม่ได้พูดถึงความ เชื่อใดๆ ในศาสนาคริสต์ จึงเป็นเพลงที่จะแบ่งปันกันได้ถ้วนทั่ว

มิหนำช้ำทำนองหนุงหนิง เทศกาลเพลง ขนาดคนหูหนวกทำนองยังร้องได้สบายๆ สงครามโลกครั้งที่ ๒ ผ่านไปกว่า ๖๐ ปีแล้ว นักร้องรุ่นลูกรุ่นหลาน ยังบันทึก I’l Be Home for Christmas ไม่เลิกรา ส่วนใหญ่จะใส่ไว้ในแผ่นรวมเพลงคริสต์มาสทั้งนี้เพราะแม้วันเวลาผ่านไป ความหวังที่จะได้กลับบ้านในหัวใจคน เราไม่เคยเปลี่ยนแปลงกตรต่อหนว่ากันว่า ครั้งหนึ่งระหว่างที่อยู่ในอวกาศ พวก

นักบินอวกาศสหรัฐยังเคยขอให้ทางภาคพื้นดินที่โลกช่วยเปิดเพลงนี้ให้ฟัง เพราะคิดถึงบ้านและหวังว่าจะได้กลับไปฉลองคริสต์มาสกับครอบครัว คุณล่ะ…คริสต์มาสปีใหม่นี้ จะได้กลับบ้านหรือเปล่า?

Soldiers repeatedly turning “Be Home for Chistmas” Consecutive months
 Regardless of their religion Can accept this song Because aside from the word Christmas Which many people regard as festive The song does not

speak of any beliefs in Christianity. Therefore is a song that can be shared all over Mamuang Ning-Ning Even the deaf person can sing comfortably. More than 60 years since the Second World War, the descendants of singers

still recorded I’l Be Home for Christmas. Most of them will not be put on Christmas music sheets because even though time has passed. The hope of going home in people’s hearts We have never changed the rules. It is said

that One time while in space The US astronauts have also asked the ground, the Earth, to help listen to this song. Because I miss home and hope to go back and celebrate Christmas with my family How about you … this New Year’s Christmas? Will go home or not?

ขอบคุณรูปภาพจาก Google

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ ที่นี่

เพลงต้อนรับปีใหม่ Auld Lang Syne

เพลงต้อนรับปีใหม่ หลายคนรู้จักเนื้อเพลง Auld Lang Syne ภาษาฝรั่ง ลงความเห็นว่าร้องไปอย่างนั้นไม่ค่อยรู้ความหมาย แม้แต่ชื่อเพลง เห็นฝรั่งเค้าร้อง เพลงต้อนรับปีใหม่ ก็ปะล่อมปะแล่ม แก้ ขวย ….ความจริงไม่ใช่เรื่องหน้าแปลก เพราะฝรั่งส่วนมากเองก็ไม่รู้เหมือนกัน

กับเรา เนื่องด้วยเป็นเพลงของฝรั่งแห่งดินแดนสก๊อตแลนด์อยู่ในสหราขอาณาจักร เหมือนกับดินแดนสก๊อตนี้ แม้จะรวมมีอะไรต่างกับเขาอื่นพิกล เช่น มีผู้ชายแคว้นเวลส์และไอร์แลนด์เหนือนุ่งกระโปรงสั้นพะเยิบไปพะยาบมา แล้วเสียวไส้กลัวโข ต้องหาอะไรหนำ
คาล้ยๆ ตปิ้งของผู้หญิงไทยมาคอยตวงดุลไว้ข้างหน นอกจากนี้ยังมีภาษาออกจะต่างไปจากภาษาอังกฤษที่คนส่วนใหญ่คุ้นเคยกันอยู่ถึงขนาดท่าน Professor Heny Higgins พระเอก

ชาวอังกฤษในละครหนัง เรื่องบุษบาริมทาง หรือ My Fair Lady ซึ่งทำมาจากละคร
เรื่อง Pygmalion ของ George Benard Shaw เคยบ่นเอาไว้ว่าเรื่องภาษาแล้ว ‘The Scots (andคือฟังแล้วไม่รู้รื่องขนาด (คนอังกฤษยัง) เกือบน้ำตาไหล
แล้วไทยๆ อย่างเราจะเหลือหรื…. และเนื่องด้วย Auld Lang Syne เป็นเพลงของสก๊อต แถมยังเป็นสก๊อตรุ่นคุณเทียดโบราณอายุกว่า ๒๐๐ ปี เนื้อร้องเพลงนี้จึงมีสำบัด สำนวนประหลาดออกไปอีก 9วnsisupวs blue bluone. วลีที่ว่า “auld lang syne” หรือ “โอลด์ แลง ซายน์” นั้น

With us because it is the music of the western regions of Scotland.
Based in the United Kingdom Like this Scottish land, though it included
Is there anything different to him, bizarrely, like having a man?
Wales and Northern Ireland
 Wearing a short skirt flipping around Then terrified What to look for
 Shopping cart of Thai women come to measure the balance ahead there is also The language is different from the English that most people are

familiar with. To the point that Professor Heny Higgins, the British hero in Soap opera “Busaba Roadside” or My Fair Lady which is made from soap opera  George Benard Shaw’s Pygmalion had complained about language. ‘The Scots (andMeaning listening and not knowing the size (English people still) almost tears. And because Auld Lang Syne is a Scottish song, plus  Scotch model Khun Tien, ancient, more than 200 years old, so this singing lyrics haveAnother strange expression 9 nsisup s blue bluone.
 The phrase “auld lang syne” or “Old Lang Sine”

ขอบคุณรูปภาพจาก Google

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ ที่นี่

ผู้เขียนเนื้อI’ll Be Home for Christmas

คุณ Kim Gannon ซึ่งเป็น ผู้เขียน เนื้อร้องเพลงนี้เป็นคนนิวยอร์ก
แม้จะอยู่ในเมืองใหญ่ แต่บรรยากาศรอบตัวก็ยังทำให้ศิลปินอย่าง
คุณคิม แก็นนอนสัมผัสได้ถึงการรอคอยในใจของคนทั้งประเทศ
เธอจึงเขียนเนื้อเพลงที่ซื่อและเรียบง่าย แทนข้อความจริงใจของ
เหล่าทหาร แล้วนำไปให้ Walter Kent ซึ่งเป็นเพื่อนกันใส่ทำนอง

คุณวอลเตอร์ไม่ใช่คนทำเพลงโนเนม แต่มีชื่อเสียงพอตัว โดยเฉพาะ
อย่างยิ่ง ผู้เขียน (There’ll Be Bluebirds Over) The White Cliffs
of Dover ซึ่งเป็นเพลงสุดสวยจากสมัยสงครามโลกครั้งที่ ๒ และเป็นเพลง

ที่ให้ความหวังผู้ฟังเหมือนกัน ว่ความสุขจะกลับมาเยือนอีกครั้งหนึ่ง
แม้คุณทวดบิง ครอส นักร้องยอดนิยมของสมัยนั้นจะเป็นคนร้อง I’ll Be Home for Christmas บันทึกแผ่น แต่ทั้งคุณวอลเตอร์และคุณ
คิมไม่ได้หวังมากนัก เพราะเห็นว่าเป็นแค่เพลงไพเราะระดับกลางๆ จึง

แปลกใจหนักหนาเมื่อเพลงไต่ขึ้นอันดับอย่างรวดเร็ว และขายดิบขายดี
นับล้านแผ่น แม้แต่ในยามสงครามที่เงินทองหายาก
พวกทหารที่ประจำการตามที่ต่างๆ ขอให้สถานี่ส่งกระจายเสียงเพื่อ

ผู้เขียน

Kim Gannon, the author of the song, is a New Yorker.
Even in a big city But the atmosphere around it still makes artists like

Kim Gannon can feel the waiting in the hearts of the whole country.
 She then writes the lyrics that are honest and simple. Instead of the sincere message of


 The soldiers then brought them to Walter Kent, a friend of the melody.
 Walter is not a non-narrator. But especially famous

 Especially from the title song (There’ll Be Bluebirds Over) The White Cliffs.
 of Dover, a beautiful song from World War 2 and it’s a song
 Which gives the audience the same hope That happiness will come back again

Although Mr Thad Bing Cross, the popular singer of that time, was the singer
 I’ll Be Home for Christmas. Save the disc, but both you, Walter and you.
 Kim didn’t have much hope. Because he saw that it was just a medium level melodious song


 Surprised as the song climbed quickly. And sell well
 Millions, even in times of war where money is scarce
 The soldiers stationed in various places Ask the station to broadcast for

ขอบคุณรูปภาพจาก Google

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ ที่นี่