พิธีศพ ในเมืองนิวออร์ลีนสนั้นเต็มไปด้วยเสียงดนตรี

พิธีศพ ในเมืองนิวออร์ลีนสนั้นเต็มไปด้วยเสียงดนตรีสมกับที่คน
ส่วนใหญ่เชื่อว่านิวออร์ลีนส์เป็นแหล่งกำเนิดของแจ็ชและนักดนตรีแจ็ช
ชั้นยอด
เมื่อตันๆ คริสต์ศตวรรษที่ ๒๐ นักดนตรีแจ๊ชที่นั่นมักเคยหากิน
โดยร่วมบรรเลงในพิธีศพมาก่อนรวมทั้งคุณทวดหลุยส์ อาร์มสตรองด้วย
ผู้คนที่เข้าร่วมแห่ศพในนิวออร์ลีนส์ ฟังเพลง เดิร์ช ทั้งหลายแล้วก็ร่ำไห้
พิลาปพิไลไปจนถึงสุสาน
การฝังศพที่นั่นเรียกฝังไม่ค่อยดปาก เพราะหลุมไม่เป็นหลุม
แต่มักเป็นแท่นที่ยกสูงเพื่อไม่ให้พลอยตุ๊บปองขึ้นมาเวลาน้ำท่วม ร้า กัน
อยู่วนิวออลีนเป็นมืองที่น้ำทำมประจำ หมือนอ่งทอง อยุธยา ฯลฯ
ของเรา โชคดีว่คนไทยส่วนใหญ่ใช้วิธีเผามากกว่าฝัง
ตามธรรมเนียมของนิวออร์ลีนส์นั้น พอบรจุศพเสร็จก็ยกขบวน
กลับบ้านไปกินเลี้ยงกัน นักดนตรีจะเล่นเพลงมันมันสนุกสุดเหวี่ยง ผู้คน
ที่ไปร่วมพิธีเช็ดน้ำตาแล้วก็เต้นรำกันเป็นที่ครื้นเครงไปตลอดทาง ทิ้งความ
โศกเศร้าไว้ที่สุสาน มีแต่ความรื่นเริงที่ผู้ตายไต้ไปสู่สวรค์ (จะว่าไปก็
คล้ายๆ กับไทยเรา หากบรรเลง ‘พญาโศก’ ด้วยปี ด้วยขลุ่ย หรือซอ ก็
โศกศรหนักหนา แต่หากบลงด้วยระนาดเอก ‘พญาโศก’ อาจกลับ
กลายสนุกสนาน คึกคัก จนเปลี่ยนชื่อเป็น ‘พญาแสบ’ ได้สบายๆ)
เนิอเพลงของ The Saints บอกว่า
“เมื่อใดที่มวลเทวา(นักบุญ)
ยาตราเข้า(ประตูสวรรค์)
ฉันอยากจะเป็นหนึ่งในนั้น..”
“Oh, when the saints
Go marching in
Oh, when the saints go marching in

พิธีศพ

พิธีศพ

The funeral ceremony in New Orleans is filled with the music that people
 Most believe that New Orleans is the birthplace of Jack and the musician Jack.
 Top class
 When in the twentieth century, jazz musicians were often living.
 By participating in funerals before, including Thuat Louis Armstrong as well
 People who attended the funeral in New Orleans, listened to all of Dirch’s songs and wept.
 Pilate until the cemetery
 The burial there is often called a mouth burial. Because the hole is not a hole
 But is usually a platform that is raised to prevent Ploy Thub Pong from coming up during the flood

 Yuwen, New Orleans, is the city of Ayutthaya. Ayutthaya, etc.
 We are lucky that most Thai people use the method of burning rather than buried.
 According to the tradition of New Orleans Once the funeral was completed, they marched.
 Go home and eat. Musicians will play it. It’s fun.
 Who attended the wipe-away ceremony and then danced together all the way, leaving the feeling
 Sad at the cemetery Only the joy that the deceased has gone to heaven
 Similar to Thai, if playing ‘Phaya Koy’ with a year with a flute or soprano
 Sorrowful arrow, but if knocked down with the alto “Phayon” may return
 Became energetic and energetic until changing the name to ‘Phaya Saeb’

ขอบคุณรูปภาพจาก Google

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ ที่นี่

บทประพันธ์ funeral march

เล่ากันว่าสำหรับ ‘พญาโศก’ นั้น พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้า
เจ้าอยู่หัว ลันเกลฯ รัชกาลที่ ๖ เคยมีรับสั่งว่า ท่วงทำนองที่เศร้าสร้อย
ทำให้เหมาะที่จะเป็นเพลงโศกประจำสยามประทศ และใช้นำศพชาว
สยามทุกผู้ทุกนาม ตั้งแต่พระบรมศพตลอดไปจนถึงศพสามัญชน แบบ
funeral march ที่ฝรั่งในกรแห่ศพ ฟังโออำสักหน่อย อย่าง
เราอาจจะใช้แด่ dirge หรือ เดิร์ช เพลงเศร้าโศกที่เรียกน้ำตา
ไปฝัง เดิร์ช’ มีท่วงทำนองซ้ำๆ บีบคัน
บีบคั้นหัวใจ และเรียกน้ำตา ใครเคยฟัง
ปีพาทบรล หญาโศก หรือ ธรณีกรแสง ก็จะนึกออกว่า (ดิร”
เป็นอย่างไร ไม่ใช่แค่ เดิร์ช’ แต่เป็น ‘เมกะ-เดิร์ช’ (mega-dirge) เพราะ
โศกขนาดเรียกน้ำตาได้เป็นแกลลอน อ
เพลงแจ็ชสุดสวิงที่ชื่อ When the Saints Go Marching In ของ
อมริกันก็เคยเป็น เดิร์ช’ ที่เศร้าซึมเชื่องช้ามาก่อน
หากสามารถนำบรรดาเพลงเอกของแจ๊ชมา ‘ชักรูปหมู’ ร่วมกัน
แบบคน เราจะเห็น When the Saints Go Marching In ยืนยิ้มแบบคีย์
เปียโนอยู่แถวหน้า คือยิ้มกว้างเห็นฟันซี่ใหญ่เรียงราย…เหมือนยิ้มของคุณ
หวดหลุยส์ อาร์มสตรองยังไงยังงั้น
เปรียบอย่างนี้เพราะในมโนภาพและความรู้สึกของคนรักแจ็ซส่วน
มาก คุณทวดหลุยสกับเพลง When the Saints Go Marching In นั้น
แนบสนิทติดกัน มาเป็นคู่ แบบอิน-จันแฝดสยาม ทั้งนี้เพราะคุณทวด
หลุยส์เป็นนักดนตรีคนแรๆ ที่นำเพลงนี้มาบรรเลงด้วยลีลาร้อนๆ ไม่ใช่
ร้อนธรรมดา แต่เป็นร้อนสุดเหวี่ยง
เมื่อ ๗๐-๘๐ ปีที่แล้วโน้นจะมีสักกี่คนเชียวที่กล้เอาเพลงสวด
เพลงเพื่อจิตวิญญาณ หรือเพลงโศกนำศพ มาทำเป็นแจ็ชร้อนๆ
แค่ลองนึกว่ใดรบังอาจอัญชิญทำนองสรภัญญะ…องค์ใดพระ
สัมพุทธสุวิสุทรนดาน…มาทำเป็นอกร้อนๆ ไทยพุทธทั้งหลายก็คงผม
ตั้งเป็นรัวระแนง นรกกินหัวแน่ๆ
แต่เท่าที่เห็นด้วยตาเปล่ นรกไม่ได้กินหัวคุณทวดหลุยส์ หรือจะ
เป็นเพราะผู้หลักผู้ใหญ่ในนรกอาจชอบแจ๊ซร้อนๆ เหมือนกันก็ไม่ทราบได้
แต่ถึงกระนั้นคุณทวดหลุยสก็เขียนเล่ไว้เองว่า ขนาดน้องสาวทวดยังบ่น

funeral march

It is said that for ‘Phaya Koy’, King Rama VI
 The reign of King Rama VI was once told that Melodies
 Making it suitable to be a melody of Siam And used to take the bodies of the people
 Siam, every person, every name From the remains of the remains of ordinary people like
 udfuneral march in the farang in the funeral Listen, Oh, a bit like
 We may use it as a guide or as an indication of a catastrophe.
 Go buried Bury ‘with melodies, repeatedly squeezing cars
 Oppressing the heart and calling for tears
 The year of the blessed or grief of the earth will be remembered that (Dire “
 What is it? Not just dirge ‘but’ mega-dirge ‘because
 So sad to call tears a gallon

ขอบคุณรูปภาพจาก Google

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ ที่นี่

ธรณีกรรแสง หรือพญาโศก

พญาโศก ( ธรณีกรรแสง )
คุณผู้อ่านท่นหนึ่งบอกมาว่ ได้ฟังเพลงพญาโศกที่ใช้ประกอบ
อัญเชิญพระศพสมเด็จพระเจ้าภา่คินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรัตนราชสุดา สิรโสภา
พัณณวดี วันที่ ๙ เมษายน พ.ศ.๒๕t๕ ที่ผ่านมา แล้วทำให้สงสัยว่า
เพลง ‘พญาโศก’ ใช้กับราชวงศ์ และเพลง ‘ธรณีกรรแสง ใช้กับประชาชน
คนธรรมดา ใช่หรือไม่
เดาเอาจากคำว่า ‘พญา’ และ ‘รรณี’
เมื่อถามท่านผู้รู้ ได้คำตอบมาว่า…ไม่ใช่
ทั้งสองเพลงล้วนมาจากสมัยอยุธยา และเป็นเพลงที่เหมือนดนตรี
ทั่วๆ ไป คือ โดยแท้จริงแล้วไม่มีพรมแดน ไม่แบ่งชั้นวรณะ เช่นเตียว
กับความรู้สึกในหัวใจที่ไม่ได้ต่งกันเมื่อบุคคลอันเป็นที่รักจากไป หรือ
เมื่อประสบความทุกข์โศกต่างๆ ในชีวิต
เล่ากันว่าสำหรับ ‘พญาโศก’ นั้น พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้า
เจ้าอยู่หัว ลันเกลฯ รัชกาลที่ ๖ เคยมีรับสั่งว่า ท่วงทำนองที่เศร้าสร้อย
ทำให้เหมาะที่จะเป็นเพลงโศกประจำสยามประทศ และใช้นำศพชาว
สยามทุกผู้ทุกนาม ตั้งแต่พระบรมศพตลอดไปจนถึงศพสามัญชน

ธรณีกรรแสง

Phyokyani (Earth Geesaeng)
 One reader said that Listened to Phayakhi songs that were used
 Summoning the funeral of Her Royal Highness Princess Mother Prince Phetcharat Rattanasuda Sirasopa
 Pan Na Wadi, April 9, 25t5, ago makes me wonder that
 The song ‘Phyokyut’ is used with the royal family and the song ‘The Earth’s song’ is used for the people.
 Ordinary people, right?
 Guess from the words ‘Phaya’ and ‘Ranee’.
 When asking those who know Got the answer that … no
 Both songs are from the Ayutthaya period. And is a song that is like music
 Generally, without borders Not caste divine like Zhang
 With a different feeling in the heart when the beloved person passes away or
 When experiencing various grief in life
 It is said that for ‘Phaya Koy’, King Rama VI
 The reign of King Rama VI was once told that Melodies
 Making it suitable to be a melody of Siam And used to take the bodies of the people
 Siam, every person, every name From the remains of the corpses to the commoners

ขอบคุณรูปภาพจาก Google

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ ที่นี่

ครูแก้ว อัจฉริยะกุล ผู้แต่งเพลงรำวงลอยกระทง

ครูแก้ว อัจฉริยะกุล ผู้แต่งเพลงรำวงลอยกระทง
โด่งดังขนาดคนชาติใกล้แดนเคียงยังหลงเข้าใจผิดว่า ‘รำวงลอย
กระทง’ เป็นเพลงชาติไทย ได้ยินแล้วต้องหัวเราะ อด มโน’ ไปไม่ได้ว่า
เช้าทำดีเหมือนกันหากเด็กนักเรียนจะร้องเพลงนี้หน้าเสาธงทุกเช้า ทั้งครู
และนักเรียนรำไปด้วยกันก็คงยิ่งครึกครื้น ดีกว่ายืนหน้าเครียดร้อง “ปะเทศ-
ปะไท รวมมะเนื้อชาติเชื้อทาย…” กันอย่างทุกวันนี้ จะรักชาติอย่างเครียด
หรือรักอย่างครื้นเครง ก็รักได้พอๆ กันแหละ อย่างหลังน่าจะดีกว่าด้วย้
ก็ เดาว่าทำโพลกันเมื่อไร รำวงลอยกระทง ต้องชนะขาดลอย…ลอย
ลอย กระทงนั่นเลย
เนื้อร้องและทำนองใสๆ ของ ‘รำวงลอยกระทง นั้นจำก็ง่าย ร้องก็
ง่าย แต่โดนใจคนฟัง ไม่ว่าคนฟังจะเป็นไทยหรือเทศ จึงมีผู้เล่ากันบ่อยๆ
ว่าไปเมืองนั้นเมืองนี้ ประเทศนั้นประเทศนี้ แล้วได้ยินนักดนตรีหรือวง
ดนตรีเล่นเพลง ‘ลอยกระทง’ ล่าสุดได้ข่วว่าคนแจวเรือกอนโดลาในเวนิส
คนหนึ่ง บังอาจร้อง…ลอย ลอย กระทงให้นักท่องเที่ยวไทยฟัง เล่นเอา
พี่ไทยโมโห เพราะอุตส่หนั่งกอนโดลาเพื่อให้ได้บรรยากาศเมืองนอก
อีตาชินยอร์ godler นี่ทำเสียความรู้สึกหมดลลอิะคใก

ครูแก้ว อัจฉริยะกุล

ครูแก้ว อัจฉริยะกุล

Khru Kaeawachariyakun, the composer of Loy Krathong dance music
 Famous to the extent that people in neighboring countries still misunderstand that
 Krathong ‘is a Thai national song Hearing it and laughing ‘can’t be said that
 In the morning, do good as well. If the students sing this song in front of the flag pole every morning, the teacher
 And students dancing together would be even more jolly Better than standing and stressing. “
 Pathai Ruam Ma Chuea Chatcha competitions … “Like today Will love the country with stress
 Or happy, can love equally. The latter would be better too
 Guess when polling is done. Loi Krathong Festival has to win overwhelmingly … floated.
 Float that krathong
 The lyrics and clear melodies of ‘Loi Krathong Dance are easy to remember.
 Easy but pleasing to the audience Whether the audience is Thai or outlandish Therefore often told
 Said to this city That country, this country And heard a musician or band
 Music. Play the latest ‘Loi Krathong’ song, saying that people gondola gondola in Venice
 One dared to cry … floated a krathong for Thai tourists to listen to.
 The Thai people are angry because of the gondola sitting in order to get the atmosphere outside.
 Kechin Yoge, godler is so upset.
 198 Suphasiri Suphan Pharmacy

ขอบคุณรูปภาพจาก Google

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ ที่นี่

รำวงลอยกระทง

นอกจากเพลงชาติแล้ว รำวงลอยกระทง เป็นเพลงที่คนไทยรู้จักดี
ที่สุด ไม่มีเพลงไทยเพลงไหนจะหาญมาสู้ได้
หลายคนเชื่ออย่งนั้นเพราะเห็นว่าคนไทยร้องเพลงลอยกระทงกัน
ได้ตั้งแต่คุณทวดถึงคุณหลนตัวเล็กตัวน้อย ในเมือง นอกเมือง แม้ในท้อง
ถิ่นห่างไกล ใครๆ ก็รู้จักเพลงลอยกระทง .ง
จริงหรือเปล่ายังไม่มีใครทำโพล แต่เมื่อ พ.ศ.๒๕๑๐ ในวาระครบ
รอบชาตกาล ๑๐๐ ปีของครูเอื้อ สุนทรสนานแห่งวงสุนทราภรณ์ เห็นมี
มิตรรักนักเพลงในสื่สรพัดชนิดออกมา ‘ฟันธง’ กันว่า เพลงที่ดังที่สุด
ของวงสุนทราภรณ์คือเพลง ‘รำวงลอยกระทง เลยเลือกมาเล่าสู่กันฟัง
‘รำวงลอยกระทง เป็นพลงสั้นที่สุดของวงสุนทราภรณ์
เป็นทำนองเพลงสั้นที่สุดจากฝีมือของครูเอื้อ สุนทรสนาน
เนื้อร้องก็สั้นที่สุดเท่าที่ครูแก้ว อัจฉริยะกุลเคยเซียนมา
และเป็นเพลงฮิตที่สั้นที่สุดเพลงหนึ่งตั้งแต่เมืองไทยเคยมีมางมล
ในขณะเดียวกันป็นเพลงที่ฮิตยาวนานที่สุด คือกว่า ๖๐ ปี และ
ยังทำท่าวจะฮิตต่อไปตราบท่ที่ยังมีประทศไทยและคนไทย

รำวงลอยกระทง

รำวงลอยกระทง

Aside from the national anthem, Loi Krathong dance is a song that Thai people know well.
 In the end, no Thai song would be able to fight.
 Many people believe that because they see that Thai people sing Loi Krathong songs.
 From Khun Thuat to Khun Sim, a little small town outside the city, even in the stomach
 Far away, everyone knows Loy Krathong song.
 True or not, yet no one polls, but in 1967 when he completed his term
 The 100-year anniversary of Teacher Ua Sunthorn Sanan of Suntharaphon Band Saw Mi

 Friendly, loving musicians in the media blown out the ‘tonight’. It is said that the most famous songs
 Of the Suntharaporn band is a song ‘Loi Krathong Dance So choose to share it with each other
 ‘Loi Krathong Dance Is the shortest of Suntharaporn band
 Is the shortest melody from the teacher of Aua Sunthornsanan
 The lyrics are as short as Teacher Kaew. Genius kun had been an expert
 And is one of the shortest hit songs ever since Thailand
 At the same time, is the longest hit song for more than 60 years and
 Still pretending to be a hit as long as there are Thai and Thai people

ขอบคุณรูปภาพจาก Google

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ ที่นี่

14กุมภาพันธ์ วันวาเลนไทน์

มัทนะพารานี้ไง เป็นที่มาของบทกวีที่หลายคนรู้จักกันดี
“ความรักเหมือนโรคา บันดาลตาให้มืดมน
ไม่ยินและไม่ยล อุปะสัคคะใดๆ
ความรักเหมือนโคถึก กำลังคึกผิขังไว้
ก็โลดจากดอกไป บ่ยอมอยู่ ณ ที่ขัง
ถึงหากจะผูกไว้ ก็ดึงไปด้วยกำลังยดเผลคมง
ยิ่งห้ามก็ยิ่งคลั่ง บ่หวนคิดถึงเจ็บกาย
เอ้อ-ที่โดดพ้นดอกไปแล้วได้ไปชมดอกไม้กลางทุ่งหญ้า จิตโสภา
ด้วยความสมหวังก็เยอะไปทั้ง ตามืดมน’ นั่นแหละ ทำให้มองโลกสวยขึ้น
เหมือนภาพสีน้ำไง
แต่ ดอกกุหลาบ ไมใช่สิ่งที่เกี่ยวกับวันวาเลนไทที่อุปโลคนขึ้น เพราะ
หากแง้มๆ ประตูประวัติศสตร์ดูแล้วจะเห็นว่า แม้กระทั่งเรื่องราวของ
นักบุญวาเลนไทน์ ซึ่งถือกันว่าเป็นักบุญแห่งความรักนั้น ฟังๆ ออกจะ
เป็นเรื่องโคมลอยอยู่
มีบางตำราวนักบุญชื่อวาเลนไทนี้มี ๒ คน คนหนึ่งอยู่กรุงโรม
อีกคนหนึ่งอยู่เมืองเทอร์นี่ ประมาณกลางๆ คริสต์ศักราช ๒๐๐ (บางตำรา
ว่าเป็นสมัยคริสต์ศตวรรษที่ ๓) นักบุญทั้งสองนี้มีวันฉลองวันเดียวกันคือ
๑๔ กุมภาพันธ์
แต่บางตำราก็ว่มีอยู่คนเดียวแหละ เคยเป็นพระมียศเป็นบิชอปอยู่
ที่เมืองเทร์นี่ แต่ไปถูกทรมานทรกรมจนตาย และในที่สุด ได้รับแต่งตั้ง
ให้เป็นนักบุญที่กรุงโรม
ทั้งหมดนี้เป็นรื่องเล่ๆ กัม แต่เล่ากันนานๆ ซักกลายเป็นเรื่อง
จริง คล้ายๆ ประวัติศสตร์ ของหลายๆ ชาติ รวมทั้งของไทยเรา
พวกฝรั่งนักประวัติศาสตซึ่งมีนิสัยชอบหาหลักฐานอ้างอิง หากัน

ดอกกุหลาบ

ดอกกุหลาบ

This Manatana Para Is the source of many well-known poems
 “Love is like illness. Darken the eyes
   Neither heard nor heard any utterances
 Love is like a cow. Was impetuous
 Ran away from the flowers and surrendered to the prison
  Even if bound Pulled away with strength
 The more you stop, the more mad. Bo missed his physical pain.
 Er – who has jumped from the flowers, went to see the flowers in the fields of Jitsopha.
 With much fulfillment, both gloomy eyes. ‘That makes the world look more beautiful.
 Like watercolor pictures
 But the rose is not the thing about Valentine’s Day
 If the door is ajar in history, it will be seen that Even the story of
 Saint valentine Which is regarded as the saint of love
 Is a groundless matter
 There are some saintly texts named Valentai. There are 2 people, one in Rome.

ขอบคุณรูปภาพจาก Google

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ ที่นี่

ผู้ประพันธ์เพลง มาย ฟันนี่ วาเลนไทน์

จะพยายามให้เนื้อร้องเป็นกลาง และมีความหมายกินใจทั้งเมื่ออยู่ในละคร
ภาพยนตร์ หรือเมื่อนำไปขับร้องที่อื่น
เรียกว่าไปร้องที่ไหน เมื่อไร ก็ได้ ใครๆ ก็จะฟังรู้เรื่องและชาบซึ้ง
กับเพลงได้โดยไม่ต้องอาศัยเรื่องราวอื่นมาประกอบ
อย่างนี้ชีวิตของเพลงจะยืนยาว
สำหรับ Richard Rodgers ผู้ประพันธ์ ทำนองนั้นไม่มีปัญหาอะไร
แต่ lyricist ผู้เขียนเนื้อร้องอย่างลอเรซ์ ฮาร์ตนั้น ต้องบรรจงใจ-คือทั้ง
บรรจง และจงใจ-ไช้คำว่า วาเลนไทน์นี้ทั้งสองความหมายคือทั้งที่เป็นชื่อ
และอีกความหมายหนึ่งอันเกี่ยวข้องกับความรัก ผู้เป็นที่รัก
เนื้อเพลงเลยลงตัวเป๊ะ
ดีทั้งเมื่ออยู่ในละคร และมื่อนำมาร้องโดยไม่เกี่ยวกับละคร
ฟังแล้วชันนิดๆ ชื่นใจหน่อยๆ แต่ซึ้งมากๆ
เมื่อ Bbes in Aร ถูกนำมาทำภาพยนตร์ เขาใช้ มิกกี้ รูนีย์
ดาราร่างเตี้ย หน้าตานขันตรงกันกับเนื้อเพลงเป็นพระเอก ส่วนนางเอก
นั้นคือ จูดี้ การ์แลนด์ นักร้องนักแสดงมีชื่อ ที่เป็นแม่ของนักร้องรุ่นต่อมา
คือ ไลซ่า มินเนลลี่
ผู้ใดที่ไม่เคยฟังเพลงนี้ อยากจะแนะนำว่ คนที่ร้องเพลงนี้ได้เพริศ
พริ้ง ก็เป็นคนไม่หล่อเหมือนกัน คือ โทนี่ เบนเนตต์ นักร้องจมูกโตที่ดัง
มากเมื่อ ๓๐-๔๐ ปีก่อนโน้น
ใครมีแฟนไม่สวย น่จะไปซื้อแผ่นมาให้ในวันวาเลนไทน์…
แต่ถ้ากลัวแฟนโกรธก็แล้วไป
ลอเรนซ์ ฮาร์ต (ค.ศ.๑๘๙-๑๙๔๓) นักแต่งเพลงผู้อาภัพ อาจจะ
ใช้หัวใจเขียนเนื้อ My Fuy Valentine แทนดินสอ เพราะเขาเป็นหนุ่ม
ร่างเตี้ย (สูงไม่ถึง ฟุต) และออกจะห่างจากความหล่อเหลา แม้จะเก่ง
เป็นเลิศ แต่งเพลงรักไว้ให้หนุ่มอื่นใช้จีบสาวสำเร็จมามากมาย แต่ไม่เคย
ได้รักมาเป็นของตน ไม่เคยมีหญิงใดรับลอเรนซ์ ฮาร์ตเป็น Her Funny

ผู้ประพันธ์

ผู้ประพันธ์

Will try to keep the lyrics neutral And meaning, both when in a drama
 Movies or when singing elsewhere
 Called to sing anywhere and anytime. Anyone would listen and know the story.
 With songs without relying on other stories
 In this way, the life of the song will live longer.
 For Richard Rodgers, the author of that kind has no problem.
 But the lyricist who wrote the lyrics, like Laurence Hart, must be tender – namely both
 Elaborate and willful – The word This Valentine, both meanings, both as the name

 And another meaning related to love Mistress
 The lyrics are perfect.
 Both good when in a drama And when singing it unrelated to the drama
 Listening a little steep, a little refreshing but very touching.
 When Bbes in A was made into a movie, he used Mickey Rooney.
 Short star Looks are synonymous with the lyrics as the heroine.
 That is Judy Garland, a famous singer and actress That was the mother of the next singer
 Is Lisa Minnelli.

ขอบคุณรูปภาพจาก Google

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ ที่นี่

มาย ฟันนี่ วาเลนไทน์

My Funny Valentine
มาย ฟันนี่ วาเลนไทน์ เพลงวาเลนไทน์เพื่อคนไม่สวย ไม่หล่อ
หากเป็นดอกไม้ก็นานๆ จะผลิออกมาให้ชื่นใจสักดอกหนึ่ง ไม่ใช่
ดอกไม้โหลเกลื่อนกลาดอย่างกุหลาบ จึงเลือกที่จะนำมาใส่แจกัน ตั้งให้
ตรงหน้ำท่านผู้อ่านในวันแห่งความรัก
เนื้อร้องบอกว่าสาว (หรือหนุ่ม) นี้…
“หน้ตาน่าขัน
เป็นหน้าชนิดที่ไม่น่าถ่ายรูป
หุ่นก็ไม่ได้ดิบดี
มิหนำซ้ำยังไม่ปราดเปรื่องอะไร
แต่ฉันก็ปลื้ม เห็นเธอเป็นงานศิลปะชิ้นโปรด ไม่ต้องไปเปลี่ยนแปลง
ปรับปรุงอะไรเลยแม้แต่ ‘เสนผม’ เดียว
อย่างนี้น่ะดีแล้ว!”

มาย ฟันนี่ วาเลนไทน์

มาย ฟันนี่ วาเลนไทน์

ฟังแล้วหลายคนหายเหนื่อย ไม่ต้องพยายามเป็นคน เพอร์เฟกต์
สมบูรณ์แบบร้อยเปอร์เซ็นต์ให้แฟนประทับใจอีกแล้ว เพราะในความเป็น
จริงไม่มีใครสวย-หล่อ-ฉลาดหรือดีไปทุกอย่าง ใครที่คิดว่าตนเป็นอย่างนั้น
หรือแฟนเป็นอย่างนั้นก็เท่ากับสร้างภาพลวงให้ตัวเองเชื่อ วันเวลาทำลาย
ภาพลวงลงเมื่อไร ก็จะเห็นความผิดหวังยืนถมึงทึงคอยอยู่ริมทะเลสาบ
น้ำตา
แล้วจะไม่ให้รักเพลงที่ชื่อ My Funny Valentine ได้ยังไง
ตราบเท่าทุกวันนี้ My Funny Valentne ยังเป็นขวัญใจคนฟัง โดย
เฉพาะอย่างยิ่งแฟนๆ คนตรีแจ๊ช ถือกันว่าเป็น jazz standard เป็นเพลง
ที่ยืนยงมาเกือบ ๗๐ ปี และยังหาฟังกันได้ในอัลบั้มนับพัน ถึงปัจจุบันมี
ศิลปินร้องหรือบรรเลงบันทึกแผ่นแล้วกว่า ๖๐๐ คน เพราะเชื่อกันว่าเป็น
เพลงที่ใช้โชว์ความสามารถและเข้ถึงความรู้สึกของบรรดาผู้ฟังได้อย่าง
ลึกซึ้ง
ในละครเรื่อง Babes in Arms ที่เปิดแสดงในบรอดเวย์เมื่อ ๗
กว่าปี (ค.ศ.๑๙๓๗) มาแล้วนั้น นางเอกร้องเพลงนี้ให้พระเอกชื่อ Valen-
tine หากเป็นอิตาเลียน อีตาคนนี้ก็คงชื่อ Valeทino เหมือนยักษ์ใหญ่ใน
วงการแฟชั่น
สมัยนี้ฝรั่งใช้ Valentne เป็นชื่อผู้หญิงก็มี เพราะฟังอ่อนหวาน แต
ในยุคก่อนโน้น วาเลนไทน์เป็นชื่อผู้ชายเกือบทั้งนั้น เพราะมาจากภาษา
ละตินว่า Valentinนs มีรากศัพท์แปลว่า กำยำแข็งแรง หรือสุขภาพดี
แต่ Lorenz Har เป็นนักแต่งเพลงชั้นยอด ต้องรู้ดีว่ากฎข้อตันๆ
ของการแต่งเนื้อเพลง คือแต่งให้เนื้อเป็นกลางๆ สามารถใช้ได้ทั้งกับผู้หญิง
และผู้ชาย และไม่ให้เนื้อร้องของเพลงติดอยู่กับเรื่องราวของละครมากนัก
บางครั้งเพลงก็มีความจำป็นต้องติดหนับกับเรื่องราวของละคร เช่น
เพลงไพเราะอย่าง จุฬตรีคูณ’ หรือ “เรียมเหลือทนแล้วนั่น…ขวัญของ
เรียม…” ของไทยเรา แต่จริงๆ แล้วนักแต่งเพลงชั้นยอดทั้งของไทยและเทศ

My Funny Valentine
 My Funny Valentine ‘Valentine song for the beautiful, not handsome
 If it’s a flower for a long time Will blossom forth to be happy one flower, not
 A dozen flowers are scattered around like roses. Therefore choose to put in a vase for
 On the front of the readers on the day of love
 The lyrics say that this girl (or boy) …
 “Funny face
 Is the kind of face that shouldn’t be photographed
 The puppet wasn’t too good.
 Besides, not being brilliant.
 But I was delighted Saw her as a favorite piece of art No need to change
 Improve anything, even a single ‘Sen’s hair’
 This is good! “

ขอบคุณรูปภาพจาก Google

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ ที่นี่

งานแต่งงานขอฮาวายจริงๆ

งานแต่งงาน ของฮาวายจริงๆ คงไม่ใช้ระฆัง เพราะแม้จะถูกอิทธิพล
คนผิวขาวครอบงำมาเป็นเวลานับร้อยๆ ปี แต่คนฮาวายซึ่งเป็นเผ่าพันธุ์
โพลีนีเซียน ก็ยังยึดถือประเพณีของตนอย่งเหนียวแน่น ถึงจะผสมผสาน
รัฒนธรรมฝรั่งบ้าง แต่ก็ไม่ได้ปล่อยให้ของตั้งเดิมหายไป
คนฮาวายอลาดพอที่จะรู้ว่า หากทำฝรั่งไปก็เป็นได้แคฝรั่งชั้นสอง
ยังไๆ สู้เป็นฮาวายชั้นหนึ่งไม่ด้ นานๆ เข้าฝ่ยฝรั่งก็กลับมาเห่อฮาวาย
เสียเอง
ฝรั่งที่ไปอยู่ในหมู่เกาะฮาวายส่วนใหญ่จึงพยายามทำตัวให้สบายๆ
เหมือนคนฮาวาย เพราะเริ่มตระหนักว่ชีวิตที่เต็มปด้วยการแข่งขัน ความ
รีบเร่ง และวัตถุนิยม ไม่ได้นำความสุขมาให้มนุษย์อย่างแท้จริงเหมือนกับ
ความเรียบง่าย
ความเรียบง่ายอย่างในชีวิตแท้ๆ ของชาวเกาะ
เรียบง่ายเช่นดอกชบาที่คนฮาวายเลือกเป็นดอกไม้ประจำรัฐ ไม
ชับช้อน ซ่อนกลีบพราะมีอยู่ไม่กี่กลีบ ไม่ซ่อนกลิ่นพราะไม่มีกลิ่น
แป้นแร้น น่รัก แต่ทนทานกับสภาพอากาศท้องถิ่น
สุภาพสตรีผิวขาวคนหนึ่งที่ไปใช้ชีวิตบั้นปลายในฮาวาย เคยให้ข้อ
สังเกตว่า ดอกชบาอันเป็นดอกไม้ประจำรัฐฮาวายนั้นเหมาะสำหรับงาน
แต่งงานเป็นอย่างยิ่ง เพราะมีแค่ ๕ กลีบ
ลองเด็ดทีละกลีบ แล้วเสี่ยงทาย…
He loves me…
He loves me not…
He loves me…
He loves me not…
กลีบสุดท้ายจะไปลงที่
He loves me.
พอดิบพอดีทุกครั้ง

งานแต่งงาน

งานแต่งงาน

Really Hawaiian Wedding Probably won’t use the bell Because despite being influenced
 White people dominated for hundreds of years, but the Hawaiian people of the race.
 Polynesian still adheres to his own tradition to be unified.
 Some foreigners But did not let the original item disappear
 The Hawaiian people were all out enough to know that If making foreigners, it can be second class gum.

 Still not fighting as a first-class Hawaiian. For a long time, the foreigners returned to Hawaii.
 Lose one’s self
 Westerners who live in the majority of the Hawaiian Islands therefore try to be comfortable.
 Like a hawaiian Because he started to realize that life is full of competition
 Haste and materialism does not bring happiness to humans, truly
 Simplicity

Simplicity in the real life of the islanders.
 Simple such as hibiscus flowers chosen by the Hawaiian people as the national flower
 There are a few petals hidden in the spoon. No hiding, no odor
 Keyboard but durable with local weather conditions

ขอบคุณรูปภาพจาก Google

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ ที่นี่

เพลง Hawaian Wedding Song

เพลง Hawaian Wedding Song จากเสียงน่าฟังของคุณแอนดี้
วิลเลียมสี่ตติดอันดับค่อนข้างสูง แต่มาเป็นที่สนใจของนักฟังชาวไทย
จริงๆ ตอนที่ เอลวิส เพรสลีย์ นำมาร้องในภาพยนตร์เรื่อง Blue Hawai
แฟนเอลวิสสมัยคุณปู่ยังหนุ่มคุณย่ายังสาว ฝันที่จะได้แต่งงาน
แบบฮาวาย ใส่พวงมาลัยยาวหลายศอก เหมือนมาลัยแก้บนอย่างที่เอลวิสและเจ้าสาวใส่ในหนัง Blue Hawai แต่เอาจริงเข้า เวลาแต่งงานกลับได้
คล้องเพียงมาลัยสองชายแบบไทยๆ กันถ้วนหน้า เท่าที่เห็นไม่มีใครกล้า
เอามาลัยแก้บนมาใช้ในวันแต่งงานสักราย ล
ครั้งหนึ่งเมื่อสอนนักเรียนวชิราวถรื่องประวัติศสตร์ของหมู่เกาะ
ฮาวาย เคยเล่นเพลงฮาวายให้ฟังสองสามเพลง มีเพลง Aloha ‘Oe ที
‘ลิลี่อโอคาลานี ควีนองค์สุดท้ายของฮาวายเป็นผู้ประพันธ์รวมอยู่ด้วย
จากนั้นก็เลือกเอาท่อนแรกของเพลง Hawaian Wedding Song
ให้ฟังและให้ลองแต่งข้อเขียนภาษาอังกฤษ โดยใช้ประโยคหรือวลีจาก
เนื้อเพลงมาช่วยได้ตามใจชอบยอต
“This is the moment I’ve waited for / I can hear my
heart singing / Soon bells will be ringing / This is the moment
of sweet Aloha…”
“นี่คือเวลาที่ฉันอคอย ฉันได้ยินหัวใจตัวเองร้องเพลง / ไม่ช้า
เสียงระฆัก็จะกังวานขึ้น นี่คือช่วงเวลาแห่ ‘อโลฮา’ อันแสนหวาน…”
จำได้แม่นวมีนักเรียนคนหนึ่งแต่งได้เร็วมาก พออ่นแล้วครูต้อง
ชมเชยในความซ่งคิด เขาเกือบไม่ต้องออกแรงเลย เพราะใช้เนื้อร้องเดิม
เกือบหมด “This is the moment I’ve waited for / I can hear my heat
singing / Soon bells will be ringing / This is the moment of sweet
ice cream. The ice cream man is here. Hooray!”
จากเพลงรักแห่งวันแต่งาน กลายเป็นพลงร้อีกแบบหนึ่ง ลูกศิษย์
ช่างคิดคนนั้นเขียนว่า
“นี่คือเวลาที่ฉันรอคอย / ฉันได้ยินหัวใจตัวเองร้องเพลง / ไม่ช้าเสียง
ระฆังก็จะกังวานขึ้น นี่คือช่วงเวลาอันแสนหวานแห่งไอศกรีม คน
ขายไอศกรีมมาแล้ว ไชโย!”
ไอศกรีมคือรักของเด็กๆ ไงล่ะ
จิตใสๆ ของวัยเยาคิดได้อย่างนี้แทนที่จะเป็นระฆังโบสถ์ที่ตีเวลา
มีการแต่งงาน กลับเป็นเสียงกระดิ่งรถขายไอศกรีม

เอลวิส เพรสลีย์

เอลวิส เพรสลีย์

Hawaian Wedding Song – Andy’s soundtrack
 William Quartet ranked quite high. But came to be of interest to Thai listeners
 Actually, when Elvis Presley sang it in the movie Blue Hawai
 Elvis’s girlfriend, a young grandfather, a young grandmother Dream of getting married
 Hawaiian style, wearing a long elbow garland. Like a wreath like Elvis and the bride wore in a Blue Hawai movie. Time to get back.
 Just tied to the wreath of the two men in Thai style. As far as no one could dare

 Take a wreath to pay for it on a wedding day
 One time, when teaching students Vajiravati on the history of the islands
 Hawaii used to play a few Hawaiian songs, with Aloha ‘Oe.
 ‘Lily Aocalyani The final queen of Hawaii is the author.
 Then choose the first part of the song Hawaian Wedding Song
 Listen and try writing a written English. By using sentences or phrases from

ขอบคุณรูปภาพจาก Google

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ ที่นี่